…(ผู้ฟัง ๒) :
(เมื่อเราคอยรู้การเคลื่อนไหวภายนอก รู้ความคิด)
ประโยชน์ของมันละครับ ?
(หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ) :
**ประโยชน์หรือผลของมัน คือ มันหลุดออกจากกัน**
(ผู้ฟัง ๒) :
เมื่อมันหลุดออกจากกัน ปัญญาหรือความเป็นมนุษย์ยังอยู่ ?
(หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ) : มันก็ยังมีลมหายใจได้
(ผู้ฟัง ๒) : ก็ยังต้องหาเงิน-หาทองอยู่ ?
(หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ) :
ก็ต้องเป็นไปตามหน้าที่ ไม่ใช่จะไม่หาเงิน-ไม่ใช่อย่างนั้น
ถ้าไม่หาเงิน อย่างนั้นพระพุทธเจ้าก็สอนให้คนเกียจคร้าน
เอาเปรียบสังคม
พระพุทธเจ้าท่านสอนให้คนทุกคนทำการ-ทำงานตามหน้าที่
แต่อันนี้ ต้องเรียนรู้เอาไว้เท่านั้นเอง
จึงว่า ไม่ใช่เป็นของพระ ไม่ใช่เป็นของเณร
ไม่เป็นของใครทั้งหมด
ไม่ขึ้นอยู่กับลัทธินิกาย ไม่เป็นของคนจีนหรือของคนไทย
หรือของพุทธ-ของคริสต์-ของอิสลาม-ของพราหมณ์
หรือของใครโดยเฉพาะ ไม่ใช่อย่างนั้น
คือ**มันมีอยู่ในคนทุกคนอยู่แล้ว**นี่ !
(ผู้ฟัง ๒) : ทุกคนมีอยู่แล้ว ?
(หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ) : มีแล้ว
(ผู้ฟัง ๒) : เพียงแต่ว่า จะใช้มันถูกหรือเปล่า ?
(หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ) :
ก็เท่านั้นเอง **มีอยู่แล้วทุกคนนะเดี๋ยวนี้
เพียงแต่ว่าสภาพของมันนั้น
เราจะเข้าไปจับจุดนั้นได้เมื่อใดเท่านั้นเอง
แต่เราต้องรู้จักวิธีที่หลวงพ่อพูดเมื่อกี้นี้นะ ที่ว่า‘มรรคต้องเจริญ’**
*เราก็ไม่รู้จักมรรค นอกจากนี้เราก็ไม่รู้จักว่าสมุทัยต้องละ
นิโรธทำให้แจ้ง-เราก็ไม่รู้ ทุกข์ต้องกำหนดรู้-เราก็ไม่รู้
เมื่อเราไม่รู้สิ่งเหล่านี้ แล้วเราเอากุญแจเข้าไปในรูกุญแจ
มันก็เลยไม่ถูกฝัก-ถูกตัวของมัน*
ลูกกุญแจนั้นมีหลายดอก แต่แม่กุญแจมีอันเดียว
จะเอาลูกไหนสอดเข้าไป มันก็เข้าได้ทั้งนั้น
แต่**ถ้าไม่ใช่ลูกมัน มันก็ไขไม่ได้
ถ้าเป็นลูกของมันจริง ๆ เป็นตัวของมันจริง ๆ
สอดเข้าไปนิดเดียว มันก็ไขได้ทันทีนะ**
(ผู้ฟัง ๒) : ครับ
(หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ) :
ก็เท่านั้นเอง
จึงว่า **‘มรรคต้องเจริญ’ คือให้รู้ความคิด
พอดีมันคิดขึ้นมา เราอย่าไปพยายามให้มันหยุด
อย่าไปห้าม เรามารู้สึก**
*มันคิดไม่หยุดนะ…เราก็กำมือ กะพริบตา หายใจแรง ๆ
หรือจะเอามือทำอย่างนี้ก็ได้ (หลวงพ่อยกมือข้างหนึ่งขึ้น-ลง)
คุณจะทำวิธีไหนก็ได้ แล้วแต่คุณ
แล้วมันจะไปวางความคิด มาอยู่กับความเคลื่อนไหวตัวนี้*
(ผู้ฟัง ๒) : ทำอย่างนี้เพื่อให้เปลี่ยนเสียใช่ไหมครับ ?
(หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ) : ให้มันหยุดในความคิดนั่น มันจะวาง
(ผู้ฟัง ๒) : ให้มันวาง ให้มันสงบ ให้ยุติ
(หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ) :
มันจะหยุด
**ทำบ่อย ๆ ทำไป แล้วคุณจะรู้เอง**
ที่หลวงพ่อพูดให้ฟังนี้ เป็นเรื่อง-เป็นราวเท่านั้น
แต่**เมื่อคุณรู้ คุณจะร้อง‘อ๋อ! เรื่องนี้ทำให้แจ้ง’**
จึงว่า ‘นิโรธทำให้แจ้ง’
คุณรู้เองแล้ว คุณก็ต้องแจ้ง
ไม่ใช่หลวงพ่อพูด แล้วคุณจะรู้ได้
ก็รู้ แต่รู้ได้เพียงสัญญารู้จักเรื่องราวเท่านั้น
**คุณต้องทำเอง !!!
แล้ว(จึง)‘อ๋อ ที่ว่าทำให้แจ้งนั้น-มันมารู้อันนี้’
เพราะสิ่งนี้มันหลุดออกจากสิ่งนี้
เพราะสิ่งนี้จับอย่างนี้ มันต้องมาอย่างนี้
จับอย่างนี้ มันต้องไปอย่างนี้**
(ผู้ฟัง ๒) : หลุดพ้นไปใช่ไหมครับ ?
(หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ) :
ก็‘นิโรธ’ แปลว่าทำให้แจ้งนี่
‘นิโรธ’ แปลว่าพ้นไป
**เมื่อมันยังไม่แจ้ง มันก็พ้นไปไม่ได้ !!!**…
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น