…(ผู้ฟัง ๒) : (ไม่ให้พยายามปล่อยวาง) แล้วจะทำอย่างไรครับ ?
(หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ) : **เราเพียงรู้**
(ผู้ฟัง ๒) : ไม่คิดถึง ?
ไม่คิด คือ**พอดีคุณคิดปุ๊บขึ้นมา คุณต้องปล่อยทันที
คือเอาความรู้สึก คุณจะทำอะไรอยู่ก็ทำ
กำมือก็ได้ เหยียดมือก็ได้**
(ผู้ฟัง ๒) : ทำอย่างอื่นเสีย ไม่ให้มันนึกถึง ?
(หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ) :
ทำอย่างอื่น **แล้วคุณจะได้รู้สถานที่-ที่ตรงนั้นเอง**
ที่พระพุทธเจ้าท่านเคยสอนไว้
‘ทุกข์ให้กำหนดรู้ใช่ไหม สมุทัยต้องละ
มรรคต้องเจริญ นิโรธทำให้แจ้ง’
๔ ข้อนะ
ตรงนี้แหละที่เราเข้าใจไม่เหมือนกัน
แล้วแต่ใครจะเข้าใจ คือคำพูดนั้นมันสั้น
ทุกข์ให้กำหนดรู้
เรากะพริบตา เราหายใจ เราเคลื่อนไหว
มันเป็นตัวทุกข์อยู่แล้ว
**ให้รู้จักสิ่งที่เคลื่อนไหวภายนอกนี้เป็นทุกข์**
สมุทัยต้องละ
แต่เราไม่รู้ตัวที่ต้องละ
อันนี้มันคิดปุ๊บ เราก็ไปคิดอีก
มันก็เป็น ๒ ชั้น เราไม่ได้ละ
ทีนี้**พอดีมันคิดปุ๊บ เรามาทำความรู้สึก
มันวางมันเอง มันต้องปล่อยตัวมันเอง**
มรรคต้องเจริญ
มรรคต้อง**ทำบ่อย ๆ**
เมื่อทำบ่อย ๆ ก็มีความชำนิชำนาญ
มีความคุ้นเคยกับสิ่งนี้ที่มันเจริญ ที่มันต้องมากขึ้น
นิโรธ คือทำให้แจ้ง
**สิ่งนั้นแหละมันจะคลายตัวมันเอง**
เหมือนแหวนกับนอตนั่นแหละ
มันจะค่อยหมุนคลายเกลียวมันออก
คลายเกลียวมันออก แล้วมันจะหลุด
**เมื่อมันหลุดแล้ว คุณก็ต้องรู้**
‘โอ! มรรคต้องเจริญ นิโรธทำให้แจ้ง’
**คำว่า‘ทำให้แจ้ง’นั้น คุณจะไปแจ้งอะไร ?
ก็ความเกี่ยวเนื่องกับชีวิตคุณ ต้องรู้
รู้ชีวิตของคุณนั่นแหละ** ไม่ใช่ไปรู้ชีวิตคนนั้น-รู้ชีวิตคนนี้
นี้อาตมาไม่ได้พูดถึงเรื่องทรัพย์สินเงินทอง
เรื่องนั้นอาตมาไม่เคยเรียน อาตมาพูดไม่ได้
วิธีที่จะทำให้มีเงินนั้น ไม่ใช่เรื่องนี้
อันนั้นเป็นเรื่องของคนมีปัญญาอีกอย่างหนึ่ง
ส่วนอันนี้ มันไม่ใช่เป็นเรื่องปัญญาอย่างนั้น
**นิโรธทำให้แจ้ง คือแจ้งเมื่อสภาพมันหลุด
‘อ๋อ เราทำอย่างนี้-มันจึงเป็นอย่างนี้
หากเราไม่ทำอย่างนี้ สิ่งนี้มันก็ต้องอัดแน่นติดแน่นอยู่อย่างนี้’
เมื่อเรามาหมุนเกลียวตัวนี้
‘โอ! หมุนเกลียวตัวนี้ มันคลายเกลียวตัวนี้’
มันก็เลยหลุดออกจากตรงนี้เท่านั้นเอง**…
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น