“…ถ้าขยายความออกไป
**การปฏิบัตินั้น ต้องมีสติกำหนดรู้
เรียกว่า‘รู้สึกตัว-ตื่นอยู่เสมอ’**
เพราะพระองค์สอนไว้แล้วว่า
‘ให้มีสติกำหนดรู้ในอิริยาบถทั้ง ๔
ยืนก็ให้รู้-เดินก็ให้รู้-นั่งก็ให้รู้-นอนก็ให้รู้’
๔ อย่างนี้ก็ยังไม่พอ
ท่านยังย้ำ‘ให้มีสติเข้ามารู้ในอิริยาบถย่อย
เช่น คู้-เหยียด เคลื่อนไหวอย่างไรก็ตาม
(เคลื่อนไหว)โดยวิธีใดก็ตาม ให้มีสติรู้
**การมีความรู้สึกตัวนี่แหละ เรียกว่ามีสติรู้
เมื่อมีสติรู้-ก็เรียกว่าสัญญา สัญญา-ความหมายรู้จำได้
อันสัญญานั่นแหละ ทำให้ญาณของวิปัสสนาเกิดขึ้น
เมื่อสัญญามีมากขึ้น ๆ
มันเคลื่อนไหว ก็รู้มากขึ้น-มากขึ้น
ญาณปัญญา เรียกว่าญาณของวิปัสสนาเข้าไปรู้-เข้าไปเห็น
เข้าไปสัมผัสแนบแน่นอยู่กับสิ่งเหล่านั้น
เรียกว่าสัญญา-ความหมายรู้จำได้ ไม่หลง-ไม่ลืม**
ไม่ต้องไปขึ้นอยู่กับตำรับ-ตำรา เพราะมันมีอยู่ในตัวเรา
เรียกว่า‘สัญญา-ความหมายรู้จำได้’ เพราะมีญาณเข้าไปรู้
เมื่อญาณสมบูรณ์แล้ว ปัญญาก็รอบรู้
อันนี้เป็นการฝึกจิตใจให้ผ่องแผ้ว ว่องไว*
เมื่อจิตใจผ่องแผ้ว-ว่องไว สะอาดดีแล้ว
การตัดสินใจในการคิด-พูด-ทำอะไร ๆ ก็ไม่ผิดพลาด
เพราะปัญญารอบรู้ดีแล้ว
นี่แหละ คำพูดคำสอนง่าย ๆ
*การกระทำอย่างนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการรักษาศีล
ไม่เกี่ยวข้องกับการให้ทาน ไม่เกี่ยวกับการทำสมถกัมมัฏฐาน
เพราะเป็นการทำความรู้สึกตัว*
**รวมความแล้ว อยู่ในความรู้สึกตัวทั้งหมดเลย**
*คนเรา-ถ้าไม่รู้สึกตัวแล้วจะมีศีลไหม ? ไม่มี
จะเป็นการทำบุญไหม ? ไม่เป็น
จะเป็นการให้ทานไหม ? ไม่เป็น
เป็นการรักษาศีลไหม ? ไม่เป็น
เพราะไม่รู้สึกตัวนั่นเอง*
ดังนั้น วิปัสสนากับสมถกัมมัฏฐาน
จึงเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน ตรงกันข้าม(กัน)
ทำไมจึงพูดว่า
‘วิปัสสนากับสมถกัมมัฏฐานจึงเป็นปฏิปักษ์ ตรงกันข้ามกัน’ ?
เพราะทุกคน(บอก)ว่า ‘ก่อนที่จะเจริญวิปัสสนา
ต้องทำสมถกัมมัฏฐานก่อน’
อันนั้นก็จริง
พระพุทธเจ้าของเรานี้ไปศึกษากับครูอาจารย์จนได้สมาบัติ ๘
แต่ตอนนั้นยังไม่ได้เป็นพระพุทธเจ้า
ไม่ใช่เป็นทางมรรคผลนิพพานอะไร
จากนั้น พระองค์ก็ไปกับพวกปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕
ไม่ฉันข้าว-ไม่ฉันน้ำ กลั้นลมหายใจ เอาสำลีอุดหู-อุดจมูก
กลัวว่าวิญญาณของสัตว์ต่าง ๆ จะมาเข้าจมูก
จะมาเข้าหู-เข้าตา เข้าที่ไหนก็ไม่รู้ละ
อดข้าว-อดน้ำ พระองค์ทำถึงขาดนั้น
ก็ยังไม่ได้ตรัสรู้ ยังไม่ได้เป็นพระพุทธเจ้า
ทุกคนก็เคยได้ยินเรื่องนี้มาแล้ว
อันนี้แหละพระพุทธเจ้าว่า ‘ทางมิใช่ทาง’
เพราะพระองค์ทำเช่นนั้นแล้ว ก็ไม่ได้ก่อให้เกิดมรรคผลนิพพาน
เราทุกคนคงเคยได้ยินมาแล้วไม่มากก็น้อยว่า
*‘ธรรมเหล่าใดเป็นไปเพื่อความเบียดเบียนตนเองและผู้อื่น
ไม่ใช่ธรรม ไม่ใช่วินัยที่ตถาคตบัญญัติ
ไม่ควรศึกษา ไม่ควรปฏิบัติตาม’*
พระองค์สอนไว้อย่างนั้น…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น