รู้สึกกาย รู้สึกใจ 1 สิงหาคม 2021

“…ปัญญาเป็นเครื่องกำจัดกิเลสอย่างละเอียด

กิเลสอย่างละเอียดนั้นมองไม่เห็น จับไม่ถูก

แต่มันมีอยู่ในคนทุกคน ไม่ยกเว้น

เรามาพูดกันเพียงสมมติเท่านั้นเอง

ตัวของผม-ตัวของอาตมาเคยพูดให้ฟัง

กิเลสอย่างละเอียดนี้

เสียงก็ตาม-ตาเห็นก็ตาม-จมูกได้กลิ่นก็ตาม

*เรารู้เท่าทันเหตุการณ์อันนั้น สิ่งนั้นจะไม่ปรุง*

นี่กิเลสอย่างละเอียด

หรือว่า*เรามองจิต-มองใจของเรา

หรือมองการเคลื่อนไหวของเรา รู้อยู่ทุกขณะ

ความเป็นเอง มันมีอยู่แล้วในคนทุกคน

คือตัวสัญญาตัวนั้นแหละ จะไปทำหน้าที่ของมัน

ตัวสังขาร-มันก็จะทำหน้าที่ของมัน

ตัวเวทนาก็จะทำหน้าที่ของมัน

ตัววิญญาณก็จะทำหน้าที่ของมัน

เพราะมันมีหน้าที่ของมัน*

เวทนาก็เรียกว่าเสวยอารมณ์ เราพูดกันอย่างนั้น

คือเวทนานั้นน่ะ คือรู้-เสวยอารมณ์ที่ไม่มีทุกข์

เพราะสัญญามันทำแล้ว เวทนาก็ทำไปด้วย

เวทนา-สัญญา-สังขาร…

ตัวสังขารตัวนั้นก็ทำหน้าที่ของมันเอง จึงว่า‘สังขารไม่ถูกปรุง’

วิญญาณก็รู้ เพราะตัววิญญาณทำหน้าที่ของมันนั่นเอง

ท่านว่าอย่างนั้น

จึงว่า ศีลขันธ์-สมาธิขันธ์-ปัญญาขันธ์

ผมรู้อย่างนี้

ไม่ใช่ว่าศีล ๕ ศีล ๘ ศีล ๑๐ ศีล ๒๒๗

ไม่ใช่อย่างนั้น

แต่ในทางตำราบอกว่า

‘อธิศีลสิกขา-อธิจิตตสิกขา-อธิปัญญาสิกขา’

ท่านว่าอย่างนั้น

สิกขาก็…

ถ้าพูดตามภาษาที่ผมเข้าใจ ก็หมายถึง

เอาข้าวหรือเอาอะไรที่โรงจักร-โรงสีนั่น

เอาข้าวโยนเข้าไปในโรงสี แต่เป็นข้าวเปลือกนะ

เครื่องจักร-เครื่องสีน่ะ มันจะผลัดเป็นข้าวสารออกมา

หรือเป็นแกลบ เป็นรำไป

เม็ดใดดีก็เป็นข้าวที่ ๑ ออกมา

เม็ดใดไม่ดี-ก็เป็นข้าวที่ ๒ หักครึ่งหักกลางออกมา

ถึงกับข้าวที่ ๓ เป็นแกลบ-เป็นรำไปนี่

ญาติโยมมาฟังธรรมะวันนี้ ก็ต้องเข้าใจอย่างนี้

หรืออุปมาให้ฟังเหมือนกับโรงจักรสีไม้

เอาไม้เป็นท่อนเข้าไป แล้วจ้างคนที่ทำหน้าที่นั้น

ก็ต้องวางระดับลงไป(ว่า)เอาอย่างนี้

แล้วใบพัดหรือใบเลื่อยนั่นน่ะจะตัดลงไปเลย

ให้มันซื่อ-มันตรงเข้าไป

แก้ไขดัดแปลง หนา-บางที่ตรงไหน

เครื่องจักรอันนั้น-มันจะตัดมันเอง

แต่ว่าสำคัญคนที่ป้อนเข้าไป

คนที่เอาวางลง(ไป)ทีแรกนั่นแหละ เข้าไปอย่างนั้น

จึงว่า ‘ศีลขันธ์-สมาธิขันธ์-ปัญญาขันธ์’

ขันธ์ คือ ‘รูป-เวทนา-สัญญา-สังขาร-วิญญาณ’

เรียกว่า ‘ขันธ์ ๕’

รูปก็มีศีล เวทนาก็มีศีล สัญญาก็มีศีล

สังขารก็มีศีล วิญญาณก็มีศีล

มันทำหน้าที่ของมัน

ศีล จึงแปลว่าปกติ

*เมื่อมีปกติ รูปก็ปกติ วาจา-คำพูดก็ปกติ

จิตใจนึกคิดก็เป็นปกติ*

**เมื่อปกติอันนี้มีแล้วนั่นแหละ

สิ่งใดปรากฏขึ้นมา

ก็จะเห็น-จะรู้-จะเข้าใจทันที** สิ่งที่มันจะปรากฏขึ้นมา

ที่เคยพูดให้ฟังมาแล้วหลายครั้ง-หลายหน

เอาเชือกเส้นเดียวนั่นแหละผูกทั้ง ๒ หลัก

ดึงให้มันตึง ๆ ให้มันเคร่ง ตัดตรงกลางขาดฟึ้บ! ทีเดียว

เมื่อมันขาดแล้ว เชือกมันก็กระเด็นหรือมันสะท้อน

หรือมันกลับคืนมาหาหลักเดิมของมัน

มันจะดึงเข้าหากันไม่ถึง

อันนั้นแหละ‘กิเลสอย่างละเอียด’

ดังนั้นพระพุทธเจ้าท่านจึงสอน

‘ถึงที่สุดแล้วญาณย่อมมี’

ญาณนั้นคืออะไร ? *ญาณแปลว่ารู้

แปลว่าเข้าไปสัมผัส ไปแนบแน่นกับสิ่งเหล่านั้น

เพราะรูป-มันทำหน้าที่ของมัน

เวทนา-มันทำหน้าที่ของมัน

สัญญา-มันทำหน้าที่ของมัน

สังขาร-มันทำหน้าที่ของมัน

วิญญาณ-มันทำหน้าที่ของมัน

หน้าที่ของมัน-มันทำเอง จึงว่าญาณเข้าไปรู้

เมื่อมันทำหน้าที่ของมันสำเร็จแล้ว เราก็รู้*

อันนี้แหละพระพุทธเจ้าสอนคน

**‘ให้คนทำหน้าที่ของคน ให้คนทำหน้าที่ของคน

จะหมดทุกข์ไป เพราะมันทำหน้าที่ของมัน’**…”

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *