รู้สึกกาย รู้สึกใจ 2 สิงหาคม 2021

“…การให้ทาน-การรักษาศีล-การทำสมาธินั้น

ดีแล้ว-แต่ยังไม่ได้ทำจุดนี้

*เมื่อไม่ได้ทำจุดนี้ งานก็ไม่สำเร็จ*

แต่คนอื่นนั้นจะทำอย่างไรก็(ไม่)รู้

ผมไม่รู้กับเรื่องของคนอื่น

แต่สำหรับตัวของผม-ตัวของอาตมาต้องทำอย่างนี้

ถ้าไม่ทำอย่างนี้-ไม่รู้

(อาตมา)เคยให้ทานมา เคยรักษาศีลมา

เคยทำกรรมฐานมา หลายวิธีที่ทำมา

แต่มันไม่เป็นอย่างนี้ มันไม่เข้าใจเรื่องนี้

มันไม่รู้เรื่องนี้ มันไม่มีการอธิบายเรื่องนี้ให้ฟังได้

ดังนั้น*เมื่อมาทำเรื่องนี้ ทำความรู้สึกตัวนี้เอง

พลิกมือขึ้น-ก็รู้ คว่ำมือลง-ก็รู้ ยกมือ-ก็รู้

กำมือ-ก็รู้ เหยียดมือ-ก็รู้ เหลียวซ้าย-เหลียวขวา…ก็รู้

เอียงซ้าย-เอียงขวา…ก็รู้ ก้ม-เงย…ก็รู้

นี่-มันรู้อันนี้ พริบตา-ก็รู้ หายใจ-ก็รู้

จิตใจมันนึก-มันคิด…ก็รู้*

**เมื่อมันรู้แล้ว ความรู้นั้นแหละจะทำหน้าที่ของมันเอง**

ดังนั้น คนโบราณท่านจึงสอนเอาไว้

‘เดินไป ต้องเหลียวหน้า-เหลียวหลัง

เหลียวซ้าย-เหลียวขวา’ ท่านสอน

เดี๋ยวนี้เราเดินไปแต่ข้างหน้า

มองไปแต่ข้างหน้า ไม่ได้เหลียวหลัง

ไม่ได้เหลียวซ้าย ไม่ได้เหลียวขวา

ไม่ได้มองกลับเข้ามาที่ตัวเรา

เมื่อไม่เหลียวหลัง เราก็ไม่รู้ว่าเราทำอะไรมาบ้าง

ให้ทานมาบ้าง รักษาศีลมาบ้าง

ทำกรรมฐานมาบ้างแล้วหรือ

เพราะเราไม่ได้เหลียวหลังเรา

บัดนี้เมื่อเราเหลียวหลังเรา

มองเห็นสภาพความเป็นอยู่ การทำ

เราทำมาแล้วอย่างนั้น เราก็ต้องรู้

เหลียวซ้าย-แลขวา เหลียวดูสิ

คนกำลังทำอยู่นั่นน่ะ เขาทำยังไง ?

เขารู้สภาพหรือภาวะที่เขาทำแล้วหรือยัง ?

นี่…เหลียวซ้าย-แลขวา มองเข้ามาถึงตัวเรา

‘เอ้อ ตัวเราก็เป็นเช่นนั้น’

เมื่อยังไม่รู้-ไม่เข้าใจ ก็ทำเช่นนั้น

นี่แหละเหลียวซ้าย-แลขวา เหลียวเข้ามาเบิ่งตัวเอง

เหลียวเข้ามาดูตัวเอง มามองดูตัวเอง

เมื่อมามองดูตัวเองแล้ว

มันเกิดมีความเข้าใจ สัมผัสได้จริง ๆ

ดังนั้นพระพุทธเจ้าท่านจึงตรัส และสอนเอาไว้ว่า

‘สัตว์ทั้งหลายคือเราตถาคต

สัตว์ทั้งหลายเหมือนเราตถาคต

สัตว์ทั้งหลายเป็นตถาคต’

คือยังไง-เหมือนยังไง ?

คือกัน…มีแข้ง-มีขา มีตา

ให้ว่ามีรูป-มีเวทนา-มีสัญญา-มีสังขาร-มีวิญญาณ

คือกัน-เหมือนกัน

ผู้หญิง-ผู้ชาย(มี)เหมือนกัน เด็ก-ผู้ใหญ่(มี)เหมือนกัน

พระสงฆ์-องค์เณร(มี)เหมือนกัน

เรียนหนังสือ-ไม่เรียนหนังสือ เหมือนกัน-มีเหมือนกัน

คนจนก็มีเหมือนกัน คนรวยก็มีเหมือนกัน

อันมีเวทนา-มีสัญญา-มีสังขาร-มีวิญญาณนี่

มีเหมือนกัน

แล้วก็โทสะ-โมหะ-โลภะก็เกิดขึ้นได้เหมือนกัน

มันเป็นอย่างนั้น

กิเลส-ตัณหา-อุปาทานก็เกิดขึ้นได้เหมือนกัน

อันความสงบนั่นก็เกิดขึ้นได้เหมือนกัน มีเหมือนกัน

ท่านว่าอย่างนั้น

บัดนี้**เมื่อเราทำถูกจุดแล้ว ทำให้ทุกข์นั้นลดน้อยหมดไปแล้ว

ก็เป็นตถาคต เป็นพระพุทธเจ้าได้เหมือนกัน

เป็นที่ตรงไหน ?

ก็เป็นที่จิตใจสะอาด-จิตใจสว่าง-จิตใจสงบ

จิตใจบริสุทธิ์-จิตใจผ่องใส-จิตใจว่องไวนี่เอง**

อันนี้แหละเป็นกิเลสอย่างละเอียด

อันนี้แหละที่พระพุทธเจ้าท่านสอนว่า

‘สัตว์ทั้งหลาย เราผู้เป็นตถาคตไปถึงแล้วที่แห่งนั้น

แล้วจึงนำมาสอนพวกเธอทั้งหลาย

ให้พวกเธอทั้งหลาย

จงประพฤติ-ปฏิบัติตามอย่างเราตถาคตนี้

ก็จะรู้-จะเห็น-จะเป็น-จะมีอย่างเราตถาคตนี่’

นี่-ท่านสอนอย่างนั้น แต่เราไม่ทำ

แต่เราไปปรารถนา อ้อนวอน-ขอร้องเอา

ทำบุญแล้วก็ขอร้องเอา ไหว้วอนเอา

มันเป็นไปไม่ได้-อย่างนั้น

**พระพุทธเจ้าท่านสอนให้เราทำเอง**…”

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *