รู้สึกกาย รู้สึกใจ 30 พฤษภาคม 2021

“…ท่านที่นั่งอยู่ในขณะนี้นี่ จิตใจของท่านเป็นปกติใช่ไหม ?

ไม่มีความโกรธ-ไม่มีความโลภ-ไม่มีความหลงเลย

*มันเฉย ๆ ไม่ดี-ไม่ชั่ว ไม่ทุกข์-ไม่สุขเลย

ลักษณะนี้ท่านว่า ‘มีในคนทุกคนแล้ว-ไม่ยกเว้น’*

ท่านเรียกว่า‘จิตเป็นอุเบกขา’

‘อุเบกขา’ แปลว่าวางเฉย

‘วางเฉย’นี้ ไม่ใช่หมายความว่าปล่อยให้เขามาด่า-มาว่าเรา

ไม่ทำการ-ทำงาน ไม่ทำมาหากิน…วางเฉย

ถ้านอนอยู่บนบ้าน…ไก่ขึ้นมาบนบ้าน ก็วางเฉย-ไม่ไล่

อันนั้นมันเข้าใจผิด อย่าไปเข้าใจอย่างนั้น

*จิตใจของเราวางเฉย คือ‘จิตใจที่ไม่ยึดมั่น-ถือมั่น’

มันมีแล้วในจิตใจของคนทุกคน ไม่ยกเว้น*

เป็นผู้หญิง-ผู้ชาย หรือภิกษุ-สามเณร

บวชก็เหมือนกัน ไม่บวชก็เหมือนกัน

อันนี้แหละที่เราจะต้องมาศึกษาหลักของพระพุทธศาสนา

ให้ถูกต้อง

ทั้งนี้ เพราะเราไม่เข้าใจเรื่องนี้นี่เอง

คำว่า‘จิตใจวางเฉย

ใครจะมาพูดให้เราเสีย ๆ หาย ๆ ก็วางเฉย’

อันนั้นเป็นคำพูด

บางคนเข้าใจว่า

เมื่อเจริญวิปัสสนาแล้ว ใครเขาจะมาเอาอะไร-ก็วางเฉย

ถ้าอย่างนั้นแล้ว ก็ไม่ต้องมีกฎหมายบ้านเมือง

คนมีปัญญาแล้ว มันต้องเฉยได้

แต่ถ้าใครทำผิดกฎหมาย ก็ต้องว่าตามตัวบทกฎหมาย

ขึ้นโรงขึ้นศาลก็ได้ โดยจิตใจสบาย ๆ นี่แหละ

แม้ว่าจะไปให้การในศาล ก็ไปด้วยจิตใจสบาย ๆ

ไม่ต้องเดือดร้อน-วุ่นวาย ไปด้วยใจเย็น-พูดด้วยใจเย็น

เมื่อเขามาตีหัวเรา มันเฉยได้

แต่เราจะต้องไปแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่บ้านเมือง

เช่น ผู้ใหญ่บ้าน-กำนัน หรือตำรวจ-ทหาร

ให้เขาดำเนินคดี

เช่น เขามาลักของเรา ก็แจ้งให้จับได้

อันนั้นเป็นเรื่องกฎหมาย

อย่าได้เข้าใจลึกจนเกินไป

ถ้าไม่อย่างนั้นแล้ว บ้านเมืองจะเดือดร้อน-คนพาลจะมีมาก

ถ้าหากเจริญวิปัสสนาแล้ว-ไม่ทำมาหากิน ใครจะเลี้ยงเราได้

ท่านให้รู้จักทำมาหาเลี้ยงปาก-เลี้ยงท้อง

โดยไม่ไปเบียดเบียนคนนั้น-คนนี้

ท่านให้รู้จักอย่างนี้

ให้รู้จักรักกัน กลมเกลียวกัน

นี่ ! วิปัสสนา-มันต้องรู้จักเรื่องนี้

รู้จักหา-รู้จักกิน-รู้จักใช้

อย่ากินเกินประมาณ อย่าใช้จ่ายเกินประมาณ

กินให้พอเหมาะพอดี ใช้จ่ายให้พอเหมาะพอดี

ดังนั้นท่านผู้ฟังทั้งหลาย *ต้องตั้งอกตั้งใจประพฤติปฏิบัติ

เพื่อความเข้าใจในธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าจริง ๆ

ท่านสอนให้เราประพฤติปฏิบัติเพื่อทำลายความหลงผิด*

*ความหลงผิดเกิดขึ้นนั้น ท่านว่า‘เป็นทุกข์’

ทุกข์เพราะเรามีความโกรธ ทุกข์เพราะเรามีความโลภ

ทุกข์เพราะเรามีความหลง

ถ้าเราไม่มีความโกรธ-ไม่มีความโลภ-ไม่มีความหลงแล้ว

เราก็ไม่ต้องมีทุกข์*

ทำการ-ทำงานอะไร ก็ไม่ต้องมีทุกข์

จะเป็นพ่อบ้าน-แม่เรือน ก็ต้องทำการ-ทำงานตามหน้าที่

เป็นลูก ก็ต้องทำการ-ทำงานตามหน้าที่ของลูก

เป็นครู ก็ต้องทำหน้าที่ของครู

เป็นตำรวจ-ทหาร ผู้ใหญ่บ้าน-กำนัน

ก็ต้องทำงาน-ทำการตามหน้าที่

แม้กระทั่งรัฐมนตรี ก็ต้องทำการ-ทำงานตามหน้าที่

อันนี้ชื่อว่า‘ไม่มีทุกข์’

บ้านเมืองก็จะได้อยู่เย็นเป็นสุข

*ถ้าหากว่าเรามีทุกข์แล้ว มันเดือดร้อน

ความทุกข์มันอยู่ที่เรา

เมื่อเราเข้าไปในสังคม ถ้าเรามีทุกข์

เราก็เอาความทุกข์ของเรานี่แหละไปเผยแพร่

ให้บุคคลที่อยู่ใกล้เคียงเรามีทุกข์ไปด้วย*

ตรงกันข้าม *เมื่อเราไม่มีความทุกข์แล้ว

เราจะไปในสังคมไหนก็ตาม

ถึงสังคมกำลังเดือดร้อนอยู่ เราเข้าไปก็ทำเย็น ๆ

คนที่อยู่ใกล้เราก็พลอยเย็นไปด้วย

คนที่มีความทุกข์ ก็พลอยหมดทุกข์ไปด้วย*

ดังนั้นเมื่อพูดถึงตอนนี้ ก็อยากจะถามญาติโยม

และเพื่อนภิกษุ-สามเณรที่กำลังฟังอยู่ว่า

ขณะนี้ท่านมีความโกรธไหม-ท่านมีความโลภไหม ?

ไม่มีเลย

แต่ความหลงอาจมี เพราะไม่เคยหันมาดูต้นตอของชีวิตจิตใจ

ดังนั้นจึงกล่าวว่า

*‘ความโกรธ-ความโลภ-ความหลงนั้น ก็ไม่ได้มีอยู่แล้ว

ที่มีโกรธขึ้นมานั้น เพราะเราไม่รู้-เราไม่เห็น

เราไม่เข้าใจต้นตอของชีวิตจิตใจเราจริง ๆ นั่นเอง’*…”

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *