-※ สูตรสำเร็จอึดใจเดียว ๔ (๑/๕) ※-
“พระ-เณรทุกองค์ครับ ตั้งใจฟัง
โยมก็คือกัน แม่ขาว-แม่ดำก็คือกัน
**ครั้นตั้งใจฟัง แล้วนำไปปฏิบัติ
แล้วมันสิมีประโยชน์แก่ตัวเฮาจริง ๆ ครับ**
ทุกมื้อ-ทุกมื้อ เช้า-เย็น…ว่าให้ฟัง-บางคนก็ยังบ่เข้าใจ
บางคนจิหาว่าหลวงพ่อนี้บังคับขู่เข็ญ บ่แม่นจังซั่น
หลวงพ่อมีความตั้งใจ-หวังดี จึงแนะนำ…ให้ว่าจังซั่นเถอะ
ครั้นบ่หวังดี-จิแนะนำเฮ็ดหยัง เป็นจังซั่น
ฟังแล้ว จำไปปฏิบัติเด๊-มันยังแม่น(มันจึงถูก)
ฟังแล้วทิ้งซื่อ ๆ โอ…มันก็บ่ได้ผลแล้ว-จังซั่นนี่
วิธีปฏิบัติของพวกเฮานี่นะ เฮาว่าเป็น
แต่การกระทำ บ่เป็น-บ่ถูก-บ่ฮู้จัก
บ่เป็น-มันก็บ่ถูก บ่ถูก-มันก็แสดงว่าบ่ฮู้จักแล้ว มันเป็นจังซั่น
จึงว่า เบื้องต้นให้ฮู้จักรูป-นามจริง ๆ
เมื่อฮู้จักรูป-นามแล้ว ก็รู้จักสมมติ
ฮู้จักทุกอย่างทีเดียว-หลวงพ่อ เรื่องที่ตาเห็นนี่-รู้จักหมด
เลิกละได้แท้ ๆ-หลวงพ่อ สิ่งเสพติด-มึนเมาทุกประเภท
ดูฤกษ์งาม-ยามดีทุกประเภท ไหว้ผี-ไหว้เทวดาทุกประเภท
บวงสรวงทุกอย่าง ให้ว่าเถอะ-แต่ก่อนนี่
(เดี๋ยวนี้)บ่-บ่มีการข้องแวะ…ญาพ่อ
รู้จักเรื่องรูป-นามนี่ เลิกได้เด็ดขาดทีเดียว
**บ่มีหยังสิมาช่วยเฮาเด๊ บัดใดเฮาเฮ็ดเอาเอง-เลิกได้แท้ ๆ**
บ่มีครูบาอาจารย์องค์ใดมากระซิบใส่หูเลย
หลวงพ่อฮู้จักมื้อเช้าบัดนี้
จึงว่า**ให้ฮู้จักจริง ๆ ถ้าหากบ่ฮู้จักจริง ๆ
แล้วนำไปสอนคนอื่น-ผิดเด๊** ผิดแล้วจะเป็นจังใด ?
เอ้า! ก็บาปแล้ว เอาไปสอนขเจ้าผิดเด๊
นี่แหละ บาปมันอยู่ที่ตรงนี้แหละ
*บาปคือมืด-บาปคือบ่ฮู้จัก* **บุญคือฮู้-บุญคือฮู้จัก**
บ่สอนผิดแล้ว-บุญ มันเป็นจังซั่น
จึงว่า**ตั้งใจฟัง(ที่)ผมว่านี่-(แล้ว)ลองเอาไปเฮ็ดเบิ่งเถอะ บ่พลาด
เพราะว่าพระพุทธเจ้าเพิ่นสอนไว้ดีแล้วว่า
‘สัตว์ทั้งหลาย เราผู้เป็นตถาคตไปถึงแล้วแห่งนั้น
แล้วจึงนำมาสอนพวกเธอทั้งหลาย ให้พวกเธอทั้งหลาย
จงประพฤติปฏิบัติตามอย่างเราตถาคตนี้
ก็จะรู้-จะเห็น-จะเป็น-จะมีอย่างเราตถาคตนี้’
รู้ไปทุกแง่-ทุกมุม ทุกกรอก-ทุกซอย…พระพุทธเจ้าเพิ่นว่ารู้จังซั่น
เฮาเฮ็ด มันก็จะรู้คือกันกับพระพุทธเจ้ารู้นั่นทีเดียว**
อันนี้เฮาบ่เชื่อเด๊-เดี๋ยวนี้นี่
บ่เชื่อคำสอนของพระพุทธเจ้า-เป็นจังซั่น จึงว่าเฮาบ่ฮู้
มื้อแลงมา ผมจึงฮู้อันนี้
บัดนี้มาฮู้‘วัตถุ-ปรมัตถ์-อาการ’
‘วัตถุ’ หมายถึงทุกสิ่ง-ทุกอย่างทีเดียวนี่ที่มีอยู่ในโลกนี้
จิมองเห็นด้วยตาก็ตามซาง บ่มองเห็นด้วยตาก็ตาม
‘ปรมัตถ์’ก็คือกัน จิจับถูกด้วยมือก็ซาง
จับบ่ถูกด้วยมือก็ตาม ที่มันมีอยู่
‘อาการ’ (คือ)ทุกสิ่ง-ทุกอย่างต้องเปลี่ยนแปลงได้เหมิ๊ด
แน่ะ! ผมเห็นจังซั่น แต่เห็นเฉพาะคร่าว ๆ เสียก่อน
บัดนี้ก็มาอธิบายแล้วบัดนี่
เมื่อเห็นอันนี้แล้ว ก็เห็นโทสะ-โมหะ-โลภะ
*โทสะ-โมหะ-โลภะนี้เป็นของหนักครับ
เมื่อเห็นอันนี้ก็เบาขึ้นโลด*
**เวทนามีอยู่-แต่บ่ทุกข์ สัญญามีอยู่-แต่บ่ทุกข์
สังขารมีอยู่-แต่บ่ทุกข์ วิญญาณมีอยู่-แต่บ่ทุกข์**
อันนี้เพิ่นเอิ้นขันธ์ ๔-รูป ๔
ขันธ์ ๔ คือมันคิด…เป็นขันธ์
รูปที่มันรู้จักคิดนั้น-เพิ่นเอิ้นว่า‘เป็นนาม’
จึงว่า‘ขันธ์ ๔-รูป ๔’
ขันธ์ ๕ ก็รูปอันนี้(ร่างกาย)-มองเห็นด้วยตา
(แล้วก็)เวทนา-สัญญา-สังขาร-วิญญาณนี้ เพิ่นเอิ้นว่าขันธ์ ๕
ขันธ์ ๔ ตัวนั้น ก็ว่าเป็น‘นามรูป’
เป็นรูป-นาม เป็นนามรูป
อันนั้นจึงฮู้จักว่า‘ตนเองเป็นพระได้โลดบัดเดียว’
‘เอ้อ…กูนี่เป็นพระได้แล้วเด๊’-ว่าซั่น
เป็นจังซั่นแท้ ๆ เด๊-ผม ผู้อื่นจิเป็นจังใด๋-บ่ฮู้จัก
ที่นำมาเล่าให้ฟัง
จึงว่าเดินไป-เดินมาอีก สิบ่ทันนานครับ
กลับไป-กลับมา อย่างนานผมคิดว่าบ่เกิน ๒๐ นาที
จิตใจผมสว่างขึ้นมาอีกทีหนึ่ง
เห็นกิเลส-ตัณหา-อุปาทาน-กรรมนี่แหละครับตื่ม
กิเลส-เฮาเว้าเป็นเด๊ครับ แต่หากบ่ฮู้จักกิเลส
ผม-แต่ก่อนผมบ่ฮู้จัก
แต่ผมมาคำนวณดู *คนเดี๋ยวนี้มันจิเว้าเป็นซื่อ ๆ-มันบ่ฮู้จักกิเลส*
เพิ่นจึงหาวิธีตัดมือ มันบ่ฮู้จักจังซี่
ตัดมือ บ่แม่นเอามีด-เอาพร้าตัดดอก
กิเลส ผมเปรียบไว้-ผมเป็นเด็กน้อยไปติดจั๊กจั่นครับ
ไปจับเอายางหมากมี้(ยางขนุน) เอาก้าน(มะ)พร้าวไปเกี่ยวเอา
หรือไปถากเอาหน่วย(ลูก)มัน (ยางมัน)ติดมือ-หมากขนุนน่ะ
ให้รู้จัก(ว่า)หมากมี้กับหมากขนุน(คือ)อันเดียวกัน
มันติดมือ-ติด บ่ออก
เอาน้ำไปล้าง-มัน(ก็)บ่อยากออก เป็นจังซั่น
แล้วบัดนี้ผู้ใหญ่ว่า‘มึงอย่าเฮ็ดจังซั่น’
(เลยถามท่านว่าให้)เฮ็ดจังใด๋
‘เอาน้ำมันแก๊ส-น้ำมันก๊าดนี่ กับน้ำมันเบนซิน’-ขเจ้าว่า
น้ำมันอันใดก็ตามซาง-นำมาฮุ(ถู)ใส่มือนี่ มันออกโลดบัดนี่
ผู้เฒ่า-ผู้แก่ ขเจ้าเคย(ทำ)เด๊-จึงฮู้จัก
บัดนี้เอาน้ำมันแก๊ส-น้ำมันก๊าดนั่นมาใส่ มันก็ฮุออกโลด
หรือจะมีน้ำมันหมูก็ตามซ่าง
บ้านเฮามันชอบเฮ็ดน้ำมันหมู ทอดไว้-บ้านของญาพ่อ
แล้วก็น้ำมันเบนซินมีน้อย ๆ แล้วเอามาไว้เฮ็ดยา
เพิ่นว่า(นำ)มาใส่-แต่ใส่อันเดียว ออกโลดครับ
อันวิธีที่เราบ่อยากเลิกละจากของเก่านั้น
เพิ่นเอิ้นว่า**‘กิเลสมันเป็นยางเหนียว’
ผมว่านี่-หาวิธีตัดซะ-ตัดมือ เพิ่นว่าตัด
ตัดนี้-บ่แม่นตัดมือแท้ ๆ เด๊ คือตัดต้นลม-ตัดรากมันเอาทิ้ง**
เอาของที่มันเคยใช้-เคยจ่ายอยู่นั่น เอาทิ้ง…เพิ่นว่าตัด
บัดนี้ ตัณหามันจิคิดถึงอยู่เด๊นี่-คิดถึงอยู่
เพราะมันเคยเฮ็ด เคยทำเด๊
คิดถึง-บ่มีแล้วบัดนี่ เพราะกิเลสมันบ่อยู่ฮั่นแล้วเด๊
มีแต่ตัณหา-ความอยาก อุปาทาน-ยึด
คิดฮอด-คิดถึงอยู่นั่นแหละ คิด-ก็อยากแหมแล้ว(อีกแล้ว)
‘กรรม’ เพิ่นเอิ้นว่า‘วิบาก’…บ่ได้ทำแล้ว
ที่ผมว่านี่-อย่างสมมติเอานะครับ บางคนนอนตื่นมาแล้ว
เก็บนั่น-เก็บนี่ ๓๐ นาที ๔๐ นาที ชั่วโมง…ก็บ่แล้ว(ไม่เสร็จ)
จับอิหยังมะหลุกขลุกขลัก
เอ้า! เฮ็ดจังใด๋จังซั่น นั่นเพิ่นเอิ้นว่า‘กิเลส’
นี่…*บ่เห็นกิเลสจักเทื่อ มันจิละกิเลสได้บ่ ?!*
**ผมเลิกได้
ผมเลิกกิเลส-เพราะผมเห็นกิเลสเด๊** เป็นจังซั่น…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
‘สูตรสำเร็จอึดใจเดียว ๑-๔’
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ พูดไว้
ณ สำนักปฏิบัติธรรมทับมิ่งขวัญ อ.เมือง จ.เลย
ก่อนท่านจะมรณภาพประมาณเดือนเศษ
โดยท่านตั้งใจที่จะพูดฝากไว้สำหรับผู้ที่สนใจ
จะได้นำไปใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ
อันเป็นทางนำไปสู่การพ้นทุกข์ด้วยตนเอง
‘สูตรสำเร็จ’นี้ เป็นวิธีลัดสั้นและตรงที่สุด
ท่านจึงได้ให้ชื่อว่า ‘สูตรสำเร็จอึดใจเดียว’
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_

ความรู้สึกทั้งหมด
19Aramboy Watsanamnai และ คนอื่นๆ อีก 18 คน

ใส่ความเห็น