-※ สูตรสำเร็จอึดใจเดียว ๓ (๔/๕) ※-
“…**ตัวจิตใจนั้น เฮาต้องพยายามเบิ่ง
เบิ่งจิตใจ มันคิดจังใด๋-ก็ต้องเบิ่ง
มันคิดฮ้าย-มันคิดดี ให้มันทันเหตุการณ์ของมัน
อันนั้นเป็นการปฏิบัติทางจิตทางใจ** เพิ่นว่าจังซั่น
ส่วนจิตใจนั้น-แทบบอกกันบ่เป็นแล้ว มันมองบ่เห็น
**มันคิด-ให้รู้ อันนี้ว่าสั้น ๆ
มันคิด-ให้รู้ บ่แม่นมันคิดแล้ว-ให้เข้าไปในความคิดเด๊
มันคิดแล้วรู้-มันคิดแล้วรู้ รู้แล้วตัดทิ้งเลย-อย่าไปตามความคิด
มันคิดแล้วรู้-ตัดทิ้งเลย อย่าไปตามความคิด
นี่…ความรู้นั้นมันจิสั้นเข้า-สั้นเข้า
เกิดญาณปัญญา หรือปัญญาญาณ
รู้-เห็นตามความเป็นจริงแล้ว**
พระพุทธเจ้าเพิ่นสอนเอาไว้ว่า‘สัตว์ทั้งหลายคือเราตถาคต
สัตว์ทั้งหลายเหมือนเราตถาคต สัตว์ทั้งหลายเป็นตถาคต
บ่แม่นเป็นพระพุทธเจ้า หากเป็นสาวกพุทธะ
เดินตามรอยของพระพุทธเจ้า’ เพิ่นว่า
ข้อที่ ๔ นี่เพิ่นว่า ‘สัตว์ทั้งหลาย
เราผู้เป็นตถาคตไปถึงแล้วแห่งนั้น
แล้วจึงนำมาสอนพวกเธอทั้งหลาย ให้พวกเธอทั้งหลาย
จงประพฤติ-ปฏิบัติตามอย่างเราตถาคตนี้’
เฮาต้องเฮ็ดอย่างพระพุทธเจ้านั้น บ่มากก็น้อย
**เฮาเฮ็ดมากก็ดีแล้ว
‘ก็จะรู้-จะเห็น-จะเป็น-จะมีอย่างเราตถาคตนี้’
มีคือกัน-รู้คือกัน**
พระพุทธเจ้าเป็นคนอินเดีย ว่า(พูดอยู่)ในอินเดีย
อันนี้ผมมันเป็นคนไทย คนบ้านบุฮม
คนอำเภอเชียงคาน-คนจังหวัดเลย ม้อ(ใกล้)เมืองลาวพู้น
ซ้ำก็พูดภาษาอีสานเด๊นี่ บ่แม่นพูดภาษากลางเด๊
แล้วก็ฟังได้ คนภาษากลางก็ฟังได้
คนภาคใต้-ภาคเหนือ ก็ฟังได้
แต่หากว่าบ่ชำนาญฟัง ฟังสิบ่เป็น
เพราะมันคนภาคกลางเป็นอย่างหนึ่ง เป็นอย่างซั่น
บ่ได้เป็นภาษาบาลง-บาลีอีหยัง
เมื่อรู้เบื้องต้นนั้น เลิกละได้เรื่องฤกษ์งามยามดี
ผี-เทวดานี่เหมิ๊ด…ผม
เครื่องรางของขลัง-ใส่หนังบังฟัน ผมเลิกเหมิ๊ด
สิ่งเสพติดทุกประเภท
ผมเลิกได้หมดเด็ดขาดโลดบัดเดียวจนถึงทุกมื้อ
นี่…รู้เบื้องต้น
ขั้นที่ ๒ มา ผม…เรื่องโทสะ-โมหะ-โลภะนี่ บางไปโลดทันที
ขั้นที่ ๓ มา สูตรมันเป็นมา(ตาม)ที่เล่าให้ฟัง-สูตรสำเร็จ
ความยึดมั่นถือมั่น-อุปาทานต่าง ๆ เนี่ย จางไปโลด
ขั้นต่อมาก็รู้จักศีลโลด เห็นศีลขันธ์-สมาธิขันธ์-ปัญญาขันธ์
ขันธ์ ๓ นี่ เห็นมาโลด
แล้วก็รู้จักสมถกรรมฐานไปจังซั่น-วิปัสสนามาจังซี่ รู้จักจังซี่
ที่ผมนำมาเล่าให้ฟังนี้ พวกเฮาก็ต้องตั้งใจ
ให้มันรู้เป็นรูป-เป็นร่างขึ้นมา ปฏิบัติให้มันเป็นจังซี่-ลองเบิ่ง
ขั้นต่อมา ก็ฮู้จักว่าทำบาป-ทำบุญ
ไปตกนรกจังใด ไปขึ้นสวรรค์จังใด ?
มันฮู้จักมาจังซี่ เป็นสูตร-เป็นสูตร หรือเป็นขั้น-เป็นตอนมา
ตามตำรับตำรา-ครูบาอาจารย์เพิ่นว่าไว้นั้นว่า
‘เป็นปฐมฌานมีองค์เท่านั้น ทุติยฌานมีองค์เท่านั้น
ตติยฌานมีองค์เท่านั้น จตุตถฌานมีองค์เท่านั้น’
เพิ่นว่า‘องค์ ๔-องค์ ๕-องค์ ๒-องค์ ๑’
**ผมบ่ค่อยจำหรอก-เรื่องตำรา
เพราะว่าผมมีเครื่องกรองในตัวอยู่แล้ว-เป็นจังซั่น
พวกเฮาก็มีหมดทุกคน ถ้าหากฝึกหัดอย่างนั้นแล้ว
ผมว่า-มันเป็นการสะดวกสบายต่อการปฏิบัติธรรมะของเฮา
มันจิก้าวหน้าขึ้นไป-เป็นจังซั่น
เป็นการดำรงวงศ์ตระกูล เป็นการสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา
ทำให้คำสอนของพระพุทธเจ้าเจริญงอกงามขึ้นมา**
อย่างที่เฮาว่ากันสุมื้อ(ทุกวัน)
‘พระธรรมของพระศาสดาสว่างเปรียบดวงประทีป’
คอยสิจิมอดอยู่(จะดับอยู่)
บัดนี้พวกเฮามาทำ-ลองเบิ่ง พระธรรมของพระศาสดา
ให้มันเป็นตะเกียงเจ้าพายุ หรือให้มันเป็นหลอดไฟฟ้า
ให้มันมีความสว่างขึ้นมา ลองเบิ่งดู-มันสิเป็นจังใด ?
**อันนี้แหละมันเป็นของจริง
จึงว่า‘เป็นสัจจะแท้-เป็นของจริงแท้ บ่เปลี่ยนแปลง’
จิมีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้ มันก็เป็นอยู่จังซั่นอยู่
บ่มีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้ มันก็เป็นจังซั่นอยู่**
*แต่เฮาหลง เฮาเลยไปติดบุญซะ-ไปติดพิธีซะ
ศาสนพิธีอย่างนั้น…แน่ะ! เข้าวงในมงคล-สวดมงคล
เอาด้ายสายสิญจน์มานั่งอย่างนั้น-อย่างนี้
สวดอย่างนั้น-สวดอย่างนี้ พรมน้ำมนต์อย่างนั้น-พรมน้ำมนต์อย่างนี้
เลยไปติดอยู่ข้างนอกหมด
อันนั้นมันบ่แม่นหลักพระพุทธศาสนาแท้ ๆ*
แต่พระพุทธเจ้าก็บ่ห้าม เพราะทำดี
อันนั้นเป็นศาสนาเก่าแก่-ศาสนาดึกดำบรรพ์ มันเป็นจังซั่น
แต่เรามันทำ-ก็ดี (แต่)เฮาอย่าไปติด
แต่อย่าไปทำลาย เอาไว้ฮั่นละ
สำหรับคนผู้จิตใจอ่อน เฮ็ดแล้ว-เฮ็ดไป
เราจิตใจเข้มแข็ง เฮาก็พยายามสอนสูงขึ้นไป
เพราะเฮาสูงเด๊ มนุษย์ใจสูง-วะซั่น
ครั้นมนุษย์ใจอ่อนแอ ก็บ่แม่นมนุษย์ใจสูงแล้ว
ก็เป็นมนุษย์ใจต่ำ มนุษย์ใจเศร้าหมอง
อย่าให้จิตใจต่ำ อย่าให้จิตใจเศร้าหมอง
อย่างที่ผมว่าให้ฟังนี่
อันนี้เป็นวิธีที่อบรมหลังจากการทำวัตรเช้า
ทำวัตรเช้า-ทำวัตรเย็นนี้
ถ้าหากผมอยู่ดี-มีแฮง ผมจะพยายามมาเว้า
แต่ผมมาสวดนำหมู่บ่ได้
แต่ว่าสวดมนต์ก็ต้องสวดแล้วจำ อย่าสิว่าบ่จำ
หัดทุกองค์-หัดสวด จะให้เป็นอาจารย์ได้
ถ้าบ่ฝึกหัด มันก็เป็นอาจารย์บ่ได้แล้ว
เพราะบ่ได้ฝึกหัดตัวเองเด๊ มันเป็นจังซั่น
ผมรู้แล้ว ผมตั้งใจฝึกไว้โลด
ผมเป็นโยมอยู่เด๊ (ตอน)ผมไปปฏิบัติธรรมะ
ตอนเช้านั้น ผมรู้เรื่องนี้
ตอนแลงมา ผมก็เลยรู้เรื่องโทสะ-โมหะ-โลภะ
ผมก็เลยว่า‘โอ้-กูเป็นพระได้แล้วเด๊’ นุ่งกางเกงนี่เด๊-คราวนั้น
นี่…มันเป็นจังซั่น ‘กูต้องสอนเรื่องนี้’-ผมวางโครงการไว้
ปลูกเรือนหลังหนึ่ง ให้ว่าเถอะไปมื้อนั้น
วางโครงการไว้โลดบัดเดียว ‘กูต้องสอนเรื่องนี้’
ฝังเสาแน่น ๆ ตีตะปูใหญ่ ๆ ใส่นอต-ขันเข้าโลด
บ่ส่าย-บ่ซง เฮือนผมหลังนี้บ่ส่าย-บ่ซงแท้ ๆ
ผู้อื่นนั้น ประเดี๋ยวตูม!-ไปโลด
เฮาต้องวางรากฐาน มีโครงสร้าง
ถ้าหากบ่มีโครงสร้าง-บ่มีรากมีฐานแล้ว มันบ่ดีเด๊
มันโป๊ด-มันเป๊ด(มันไม่มั่นคง) มันพังง่ายเด๊
ไปเป็นครูคนบ่ได้เด๊…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
‘สูตรสำเร็จอึดใจเดียว ๑-๔’
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ พูดไว้
ณ สำนักปฏิบัติธรรมทับมิ่งขวัญ อ.เมือง จ.เลย
ก่อนท่านจะมรณภาพประมาณเดือนเศษ
โดยท่านตั้งใจที่จะพูดฝากไว้สำหรับผู้ที่สนใจ
จะได้นำไปใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ
อันเป็นทางนำไปสู่การพ้นทุกข์ด้วยตนเอง
‘สูตรสำเร็จ’นี้ เป็นวิธีลัดสั้นและตรงที่สุด
ท่านจึงได้ให้ชื่อว่า ‘สูตรสำเร็จอึดใจเดียว’
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น