รู้สึกกาย รู้สึกใจ 30 ตุลาคม 2022

-※ สูตรสำเร็จอึดใจเดียว ๓ (๓/๕) ※-

“…จึงว่าพวกเฮา พระทุกองค์-เณรทุกองค์ แม่ขาว-แม่ดำทุกคน

อยู่ที่นี้ต้องฝึกหัด-ออกไปเป็นครูให้มันได้

*อย่าสิว่า-มาฝึกหัดมะเลาะเปาะแปะ บ่เป็นท่า*

นี่แหละ ฝึกหัดเบื้องแรก-ต้องฝึกหัดรูปกายเสียก่อน

ให้มันเป็นโครงสร้าง คืออย่างปลูกเฮือนนี่แหละ-ฝังเสาให้มันดี

แล้วก็ตีขาง-วางโครงให้มันแน่นหนา

เหล็กตะปู ๕-ตะปู ๔ โน่นแหละ

ช่างเพิ่นว่า ‘ใส่นอต-ขันเข้า อย่าให้มันส่าย-มันซง

ครั้นเอาตะปู(ตัว)น้อย ๆ ตีใส่แล้ว มันก็ส่าย-มันซง

เฮือนมันเลยบ่ทน ล้มผางลงไปโลด

ก็เลย-ความมั่นคงของเราก็เลยจิไม่มี

คนอื่นมาเบิ่งเฮา-ก็เลยจิบ่เห็นบ่อนดูบ่อนชม(ที่ดูที่ชม)

เพราะเฮานี้เองทำดี-ทำชั่ว อันนี้เป็นการฝึกหัด

ทุกองค์ต้องฝึก บ่ฝึกบ่ได้-อยู่ที่นี่

ปีนี้มันต้องคุมกันอย่างนี้

เพราะว่าระยะ ๒-๓ ปีนี้ เฮาออกไปเป็นครูได้โลด

เดี๋ยวนี้ก็เป็นได้ ถ้าฝึกเดี๋ยวนี้-ก็เป็นได้ทันที

อย่าเอานิสัยเดิม ๆ มาเฮ็ด อย่าเอานิสัยเดิม ๆ มาเว้า

อย่าเอานิสัยเดิม ๆ มาคิด

เป็นคนพูดน้อย-ทำมาก รักการ-รักงาน…อันนี้เพิ่นว่า‘รัก’

‘รัก’ แปลว่าคิดถึง

บ่แม่นรักผู้หญิง บ่แม่นรักอันพู้นเด๊

ที่ผมว่านี้…รักการ-รักงาน รักเวลา รักหน้าที่

ถึงเวลา-ก็ต้องคิดถึงโลด

สิ่งอื่น ๆ เอาไว้ซะก่อน-เฮาเฮ็ดมาพอแล้ว

*สร้างกองกฐิน-สร้างโบสถ์ สร้างศาลาการเปรียญ

สร้างถนนหนทาง ดีแล้วอันนั้น

ให้ทาน-รักษาศีล-กินเจนั้น…ดีแล้ว แต่ว่ามันแก้ปัญหาตัวเองบ่ได้

ยังย่านผี-ย่านเทวดา ย่านบาป-ย่านบุญ

ย่านไปตกนรก อันนั้นมันแก้บ่ได้*

(ยัง)มีความสงสัยในหลักพระพุทธศาสนาอยู่

**อันนี้มันสิแก้ปัญหาได้

ถ้ารู้จักอย่างผมว่านี้-รู้จักจริง** เป็นจังซั่น

*ผีคือคนทำชั่ว-พูดชั่ว-คิดชั่ว เฮาเอิ้น‘บักผี’

มีตาทิพย์-เห็นจังซี่*

บ่แม่นตาทิพย์ไปเห็นเลข-เห็นบัตร-เห็นเบอร์

เห็นเม็ดหิน-เม็ดทราย บ่แม่นอันนั้น-ตาทิพย์น่ะ

ครั้นผู้หญิงทำชั่ว-พูดชั่ว เขาเอิ้น‘อีผี-คือผี’

ถ้าพระ-เณรองค์ใดทำชั่ว-พูดชั่ว-คิดชั่ว-เว้ายาก

ก็ว่า‘พระองค์นี้คือผี-เณรองค์นี้คือผี’ แน่ะ…เพิ้นว่าจังซั่น

เฮาหากบ่ฮู้จัก แต่เว้านำพ่อ-นำแม่เฮามา

แต่แข้งขา-หน้าตา-มือเท้านั้นเป็นคน

ใจมันเป็นผี-ใจมันเป็นเปรต-ใจมันเป็นพญามาร

ใจมันเป็นสัตว์เดรัจฉาน ตาเฮาบ่เห็นเด๊

จับบ่ถูกด้วยมือ-มองบ่เห็นด้วยตา เห็นด้วยตาทิพย์

เพิ่นเอิ้นว่า‘ทิพยจักษุ หรือจักขุอินทรีย์’

**ถ้าหากว่าญาติโยมทำดี-พูดดี-คิดดี ก็เอิ้นว่า‘พระทำ’

พระทำการ-พระทำงาน-พระพูด-พระคิด เอิ้น‘พระธรรม’**

พระสงฆ์ผู้เชื่อฟังคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า

แล้วประพฤติ-ปฏิบัติตาม นี่เป็นพระสงฆ์โดยสมมติ

**พระแท้ ๆ นั้น มีอยู่ในใจของทุกคนเลย**

ที่ผมว่านี่ ฟังแล้วจังซี่-แล้วจำได้โลด

อันนี้เป็นการฝึกหัดดัดนิสัย-สันดานของเฮาให้มันดีขึ้น

เมื่อเฮาดีแล้ว ไปไ-สมาไส…ก็มีคนอยากได้-อยากพบ-อยากเห็น

ถ้าเฮาไปไส คนพบหน้าเห็นตาเฮาแล้วจุ้ยสบจุ้ยปาก(เบ้ปาก)

บ้านผมเอิ้น‘จุ้ยสบจุ้ยปาก’ เขาบ่อยากเว้านำ-เขาเบื่อ

**ให้เฮาสำนึกอยู่เสมอ คิดถึงคุณของพระพุทธเจ้า

คิดถึงคุณของพระธรรม-คิดถึงคุณของพระสงฆ์

เอาพระพุทธเจ้ามาไว้กับเฮานี้-เอาพระพระธรรมมาไว้กับเฮานี้

เอาพระสงฆ์มาไว้กับเฮานี้

เพิ่นว่า‘เอาอดีต-เอาอนาคต-เอาปัจจุบันมาไว้กับเฮาให้เหมิ้ด’**

*อันอดีตชาติแล้ว-ชาติก่อนพู้น อย่าเพิ่งเอามาเว้า

อดีตเมื่อวานนี้-ก็อย่าเอามาเว้าถึง ผ่านไปแล้วมันแก้บ่ได้

อนาคตมื้ออื่น(วันพรุ่งนี้)ก็ตามซาง

ปีหน้าก็ตาม-ชาติหน้าก็ตาม มันจิแก้ปัญหาเฮาบ่ได้*

**แก้ได้เฉพาะปัจจุบันนี้**

ได้ยินเพิ่นว่า‘มันบ่ดี’ เลิกโลดจังซี่

นุ่งผ้าแบบนั้น มันบ่ถูกลักษณะพระพุทธเจ้าสอน

ก็เลิกโลด มานุ่งแบบมันถูกฮั่น

ห่มผ้าแบบนั้นมันบ่ถูกลักษณะของพระพุทธเจ้าสอน

เฮาก็เลิกโลด มาเฮ็ดคือหมู่

จึงว่า**‘ผู้ตรัสรู้ตามพระพุทธเจ้า มีศีลและทิฏฐิเสมอกัน’**

ทุกคนนี่เฮ็ดคือกัน ก็งามขึ้นมาโลด

เป็นรูป-เป็นร่าง เป็นโครงสร้าง…แน่ะ!

คนมีผู้มาพบเห็น(ก็ว่า)

‘โอ…น่าเลื่อมใสเว่ย-พระเณรอยู่ทับมิ่งขวัญ’ แน่ะ…ขเจ้าว่าเอง

บ่แม่นผู้นั่น-ผู้นี้เด๊ คือกันเด๊

บ่แม่นผู้นั้นเฮ็ดจังซั่น-ผู้นี้เฮ็ดจังซี่เด๊

อันนี้มันก็เขวกันไป ย่างกันไป-ก็เตะแข้งเตะขากันไป

(ให้)ย่างตามหลังกันไปคือตัวปลวก-ตัวมดนี่

เพิ่นว่า‘มีอะไรขวางหน้าขวางตา กัดไปหมด-ตัวปลวก’

ลองเฮาเอาไม้ทิ้งใส่หนทางมัน แล่นสวนทางกันไปโลด

‘ไผสิมาขวางทาง กูกัดออกไปโลด’

เฮาก็ต้องช่วยกันทำ ช่วยกันแก้ไข

นอนตื่นมื้อเช้ามา-อย่าส่งเสียง พยายามทำ-ค่อย ๆ ลุกออกมา

คนใดหากบ่ทันย่าง ต้องนั่งสร้างจังหวะแฮง ๆ

นั่งสร้างจังหวะก่อน เพราะเฮาลุกใหม่(พึ่งตื่น)เด๊

ลุกออกมา มันอยากนอนแล้วบัดนี่

มันง่วงแล้วก็ไปล้างหน้า ออกมาเดินจงกรม

พอดีได้เวลาตีระฆังแล้ว เฮาก็มา

ตีระฆัง-โป๊ง! เพราะเฮาเดินจงกรมอยู่นี่แล้วเด๊

บัดนี้พรึบ! พร้อมกันโลด

คือตัวปลวก-ตัวมดที่ช่วยกันกันกัดไม้ออกจากทางไปโลด

ความพร้อมเพรียงนั่นแหละ เป็นโชค-เป็นลาภอันยิ่ง

ความพร้อมเพรียง-ความสวยงาม ปฏิบัติธรรมให้มันก้าวหน้า

ถ้าความบ่พร้อมเพรียงกันแล้ว ก็บ่เป็นลาภ-บ่เป็นโชคแล้ว

ปฏิบัติธรรมะ-ก็บ่ก้าวหน้าแล้ว เป็นจังซั่น

จึงว่ามื้อแลงก็คือกัน เฮาอาบน้ำมาแล้ว

นั่งสร้างจังหวะสักพักหนึ่ง แล้วก็มาเดินจงกรม

เมื่อมาเดินจงกรมพอสมควรแล้ว

ได้เวลาตีระฆังแล้ว-ก็ตีระฆัง พร้อมกันแล้วก็ทำวัตร

ทำวัตรเสร็จแล้ว…เพิ่นก็บอกเฮา-อบรมเฮา เป็นจังซั่น

เมื่ออบรมดีแล้ว เฮาก็นำไปปฏิบัติ

ฟังคำแนะนำ(ของ)เพิ่น เมื่อฟังคำแนะนำเพิ่นแล้ว-ก็จำได้

อันนี้เป็นโครงสร้างเบื้องนอก…”

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

‘สูตรสำเร็จอึดใจเดียว ๑-๔’

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ พูดไว้

ณ สำนักปฏิบัติธรรมทับมิ่งขวัญ อ.เมือง จ.เลย

ก่อนท่านจะมรณภาพประมาณเดือนเศษ

โดยท่านตั้งใจที่จะพูดฝากไว้สำหรับผู้ที่สนใจ

จะได้นำไปใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ

อันเป็นทางนำไปสู่การพ้นทุกข์ด้วยตนเอง

‘สูตรสำเร็จ’นี้ เป็นวิธีลัดสั้นและตรงที่สุด

ท่านจึงได้ให้ชื่อว่า ‘สูตรสำเร็จอึดใจเดียว’

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *