“…พระพุทธเจ้าท่านสอนให้เจริญสติปัฏฐาน ๔
ข้อแรก (๑.) ให้ศึกษากายก่อน-กายานุปัสสนา
ให้มีสติเข้าไปรู้กายในกายของตนเองนี้
๒. ให้ศึกษาเวทนา ให้รู้เวทนาในเวทนาของตนเองนี้
๓. ให้ศึกษาจิต ให้รู้จิตในจิตของตนเองนี้
๔. ให้ศึกษาธรรม ให้รู้ธรรมในธรรมที่เกิดขึ้นในตนเองนี้
เป็น ๔ ประการ
เราเข้าใจแล้วหรือ เราทำตามแล้วหรือ ?
คำพูดเหล่านี้ บางคนก็ทำตามแล้ว
บางคนก็ยังไม่ได้ทำ เพราะยังไม่เข้าใจ
ท่านยังสอนวิธีนั้น ๆ ว่า
**‘ให้มีสติเข้าไปกำหนดรู้ในอิริยาบถทั้ง ๔
คือ ยืน-เดิน-นั่ง-นอน’
อิริยาบถ(เหล่านี้) เห็นได้ทุกคน
แต่จะทำตามหรือไม่นั้น เป็นเรื่องของแต่ละบุคคล**
เหมือนกับว่าเรามีข้าว แต่จะกินหรือไม่-อยู่ที่เราเอง
บางคนหิว แต่ไม่กิน
บางคนไม่หิว ถึงเวลาก็ต้องกิน-กินแล้วก็อิ่ม
การกินข้าว(แล้ว)อิ่มนั้น **คนอื่นไม่รู้
เป็นความรู้เฉพาะตัว** ว่าอิ่มแล้ว-พอแล้ว
**เรียกว่า‘สันทิฏฐิโก-อันผู้รู้จะพึงเห็นเอง’**
เท่านั้นยังไม่พอ เพราะว่าคนยังเผลอตัวอยู่มาก
จึงสอนย้ำเข้าไปอีกว่า **‘ให้มีสติเข้าไปกำหนดรู้
ในอิริยาบถย่อย’ คู้-เหยียด เคลื่อนไหว คู้แข้ง-คู้ขา
คู้แขน-คู้มืออย่างไรก็ตาม ให้รู้ความรู้สึกนั้น**
อันนี้บางคนก็รู้
บางคนไม่รู้ เพราะไม่เคยทำ-ไม่เคยฝึก
เหยียดไป-เหยียดมา ทำไปตามความเคยชิน
ตามกฎของธรรมชาติ
สัตว์เลื้อยคลาน-สัตว์เดรัจฉาน มันก็ทำได้
และสิ่งนี้ คนอื่นมองเห็นได้
การกะพริบตา หายใจ อ้าปาก กลืนน้ำลาย
สิ่งเหล่านี้ คนอื่นยังเห็นได้
แต่**ส่วนลึกเข้าไปนั้นคือ เมื่อจิตใจมันนึกคิด
อันนี้ต้องรู้เอง-เห็นเอง-เข้าใจเอง คนอื่นเห็นแทนไม่ได้
การรู้ธรรม-เห็นธรรมนั้น คือการมาเห็นสภาวะดั้งเดิมของเรา**
ดังนั้น ที่นำมาพูดให้ฟังในวันนี้สำหรับผู้ที่สนใจศึกษา
*ถ้าหากไม่สนใจแล้ว ชีวิตของเราอาจมีค่าน้อย
ทำให้การเกิดจากท้องแม่นั้น-มีค่าน้อย
หรือถึงกับไม่มีราคา-ไม่มีประโยชน์เสียเลยก็ได้*
แต่**การเกิดการรู้-เห็น-เข้าใจตนเองนี้ มีค่ามาก-มีราคามาก
เอาเงิน-เอาทองมาแลกซื้อไม่ได้ และคนอื่นก็ทำให้ไม่ได้**
การเกิดมาเป็นคนนั้น พ่อ-แม่ทำให้เราเกิดขึ้นมา
เรียกว่า‘คนอื่นทำให้’ก็ได้
เราว่าเราเกิดวันนั้น-เดือนนั้น-ปี พ.ศ. เท่านั้น-เท่านี้
นี่เราก็ไม่รู้อีก เพียงจำจากที่พ่อ-แม่มาเล่าให้ฟัง
แต่**การเกิดสติ-เกิดสมาธิ-เกิดปัญญา
เกิดการรู้แจ้ง-เห็นจริง เห็นสภาวะดั้งเดิมนั้น
เราจะรู้เอง-เห็นเอง-เข้าใจเอง จำได้ไม่พลาดผิด
ดังนั้น ท่านจึงสอนให้เชื่อมั่นในการกระทำของตัวเอง
แล้วเราจะมีที่พึ่งอันเกษมได้**
ศาสนาเกิดขึ้นมา เพราะความกลัว
เพราะคนไม่มีที่พึ่ง จึงไปพึ่งผี
ก็เพราะกลัวผี จึงต้องไปไหว้วอนผี
หรือเราไปพึ่งผู้มีอำนาจ เราก็ต้องกลัวเขา
พระพุทธเจ้าสอนว่า‘ไม่ต้องกลัวใคร’
พระพุทธเจ้าไม่เคยสอนให้สร้างอำนาจ
เรื่องนี้อาจจะผิดหูคนฟัง
ที่ขาดจากสติ-ขาดจากสมาธิ-ขาดจากปัญญา
แต่**ผู้ใดมีสติ-มีสมาธิ-มีปัญญา ก็ฟังถูก
ท่านให้สร้างชื่อเสียงเกียรติยศ สร้างสติปัญญา
มาแนะนำสั่งสอนมนุษย์ด้วยกัน ให้รู้ด้วยกัน
เมื่อยังไม่รู้ ก็มีความทุกข์เหมือนกัน
เมื่อรู้แล้ว ก็ไม่มีความทุกข์**
เมื่อพระพุทธเจ้าเกิดขึ้นมา รู้-เห็น-เข้าใจแล้ว
ท่านไม่สร้างอำนาจ ท่านสร้างแต่ชื่อเสียงเกียรติยศ
เพื่อให้คนรู้จัก แล้วนำมาเผยแผ่
พระองค์ไม่เคยวางอำนาจ
เพราะเมื่อคนมีอำนาจ คนจะใช้อำนาจ
คนที่ไม่มีสติปัญญา(จะ)กลัว ไม่กล้าเข้าไปใกล้ผู้มีอำนาจ
คนที่มีอำนาจนั้น อาจจะมีความรู้ก็ได้(หรือ)ไม่มีความรู้ก็ได้
เพราะมองไม่เห็นด้วยตา…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น