รู้สึกกาย รู้สึกใจ 6 ตุลาคม 2022

ถาม-ตอบ

ถาม : ทุกวันนี้พระสงฆ์สอนพุทธศาสนา เหตุใดจึงสอนไม่เหมือนกัน ?

ตอบ : เพราะมีแนวความคิด มีอุดมคติไม่เหมือนกัน

*ความเห็น-ความเข้าใจที่ไม่เหมือนกัน จึงทำให้การสอนแตกต่างกัน

เป็นหลายเส้น-หลายสาย หลายวิธี*

ถาม : พระสงฆ์ที่สมมติบวชกันมาทุกวันนี้

บวชในพุทธศาสนา หรือบวชนอกพุทธศาสนา ?

ตอบ : บวชในพุทธศาสนา-และนอกพุทธศาสนา ก็มีทั้งนั้น

เพราะทำตามความเห็น และเข้าใจที่ไม่เหมือนกัน

ดังคนโบราณพูดว่า‘บวชลับ-บวชลอง บวชครองประเพณี

บวชหนีสงสาร บวชผลาญข้าวสุก บวชสนุกตามเพื่อน

บวชเปื้อนศาสนา บวชเป็นสมภาร บวชประจานภรรยา

บวชหาของเล่น บวชตายทั้งเป็น **บวชตามพระพุทธเจ้าจริง ๆ’

พระองค์ตรัสว่า‘เธอจงเป็นภิกษุมาเถิด-ธรรมเรากล่าวดีแล้ว

จงประพฤติพรหมจรรย์ เพื่อทำที่สุดทุกข์โดยชอบเถิด’

นี่คือการบวชที่ถูกต้องตามพุทธประสงค์ และคือการบวชในพุทธศาสนา**

ถาม : นักบวชเหล่านั้น จะเคารพพระธรรมวินัยเหมือนกันหรือเปล่า ?

ตอบ : ถามดูแล้ว ต่างก็ว่าเคารพพระธรรมวินัย-คำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งนั้น

แต่ถ้าดูการกระทำแล้ว มักจะไม่ตรงกับคำพูดเอาเสียเลย

ทำนองว่ามือถือสาก-ปากถือศีล หัวใจอยู่ใต้อุ้งตีนหมา-ก็ยังมี

จะว่าเคารพเหมือนกัน-ก็ไม่ถูก หรือจะว่าไม่เคารพเหมือนกัน-ก็พอได้อยู่

ถาม : หากพูดอย่างนั้น จะเอาอะไรเป็นเครื่องวัด-เครื่องตัดสิน ?

ตอบ : **ต้องเจริญสติ-สมาธิ-ปัญญา หรือเจริญวิปัสสนากัมมัฏฐาน

ในจิต-ในใจสะอาดสว่างไสวด้วยแสงแห่งพระธรรม

บรรลุความสะอาด-สว่าง-สงบ เป็นผู้รู้-ผู้ตื่น-ผู้เบิกบานด้วยธรรม

นี่เป็นเครื่องวัด และเป็นเครื่องตัดสินได้ **

ถาม : รู้อะไร-ตื่นอะไร เบิกบานอะไร ?

ตอบ : **รู้ตัวเองในเวลาทำ-พูด-คิด รู้ว่าทำผิด-ทำถูก

รู้ว่าพูดผิด-พูดถูก รู้ว่าคิดผิด-คิดถูก ตื่นจากความงมงาย-หลงผิด

สิ่งที่งมงายที่ทำมา-พูดมา-คิดมาอย่างผิด ๆ ตื่นจากสิ่งเหล่านี้**

มิใช่ตื่นข่าวหรือตื่นตูม

**อันชีวิตจิตใจของคนทุกคนสะอาด-สว่าง-สงบ

คือเบิกบานอยู่โดยธรรมชาติแล้ว

ตรงกันข้าม ที่ไม่สะอาด-ไม่สว่าง-ไม่สงบ

พระองค์เรียกว่า‘เป็นกิเลส เป็นบาป-เป็นทุกข์’

พระองค์ทรงสอนให้เจริญวิปัสสนากัมมัฏฐาน

จะได้รู้จริง-เห็นจริง-เข้าใจจริงถึงสัจธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า

คำสอนของพระพุทธเจ้าจะมีมากถึง ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์

ก็มีไว้เพื่อดับกิเลส หรือมีไว้ให้พวกเราได้ศึกษา

หาทางห่างพ้นจากความทุกข์ทางจิต-ทางใจเท่านั้น

ที่เรียกว่า‘ทางที่เป็นทาง’นั้นเอง**

ถาม : พระพุทธศาสนาที่แท้ สอนอย่างไร-หมายถึงอะไร ?

ตอบ : สอนให้รู้คุณค่าของชีวิต การทำ-พูด-คิด

และสอนให้ทำมาหาเลี้ยงชีพโดยถูกต้อง พร้อมกันนั้น-ให้รู้จักบุญ-บาป

และหมายถึงบุคคลผู้รู้ธรรม-เห็นธรรม-เข้าถึงธรรม

ตรงกันข้ามกับพวกเดียรถี กลับพยายามสอนไปในทางผิดศีลธรรม

ซึ่งไม่ตรงกับคำสอนของพระพุทธเจ้า

ถาม : ท่านรู้ไหมว่าบุญคืออะไร-บาปคืออะไร ?

ตอบ : **บุญคือความไม่มีทุกข์ทางกาย-ทางวาจา-และทางจิตใจ**

*บาปคือความไม่สบายกาย-วาจา-และจิตใจ

หรือคือความโลภ-ความโกรธ-ความหลงนั่นเอง*

พระองค์ทรงตรัสว่า‘บุคคลใดใจไม่สะอาด

มีชีวิตอยู่ เปรียบเหมือนคนที่ตายแล้ว’

เข้าทำนองว่าตายทั้งเป็น เหม็นมากกว่าซากศพ-เหม็นตลบ

ด้วยคำฉิน-หมิ่น หยาบหยาม

ถาม : ทำอย่างไรจึงจะแก้ทุกข์ทางกาย ทางจิต-ทางใจ…ให้หายได้ ?

ตอบ : แก้ทุกข์ทางกายนั้น ต้องขยันหมั่นเพียรในหน้าที่การงาน

และรู้จักเก็บเล็ก-ผสมน้อยให้มากขึ้น

คนโบราณว่า ‘ขยันกันซวย-อยากรวยต้องประหยัด’

เมื่อเราไม่สบาย จะได้มีเงินไปหาหมอรักษา-หรือไปโรงพยาบาล

**สำหรับทางจิต-ทางใจนั้น ต้องสร้างสติ-หรือเจริญวิปัสสนา…จึงจะหายได้

เอากายเป็นเรือ-สติเป็นหางเสือ-ปัญญาเป็นคนพาย

นี่คือวิปัสสนาตามธรรมชาติ**

ถาม : การเจริญวิปัสสนากัมมัฏฐาน-กระทำอย่าไร มีประโยชน์อย่างไร ?

ตอบ : **ต้องมีการฝึกหัด

พลิกมือขึ้น-คว่ำมือลง ยกมือไป-เอามือมา…ให้มีสติเข้าไปรู้

และการเดินไป-เดินมา เอามือกอดอกไว้หรือไพล่หลังไว้

เรียกว่า‘เดินจงกรม’-ให้มีสติไว้ทุกอิริยาบถ เพื่อเอาชนะการปรุงแต่งของจิตใจ

อันการพลิกมือขึ้น-คว่ำมือลง ยกมือไป-เอามือมาน้อย ๆ นี้

จะเป็นการสะสมสติให้มีพลังงานมากขึ้น จะสว่างภายในจิตใจ

ความเศร้าหมอง ความโลภ-ความโกรธ-ความหลงก็ไม่มี

เหมือนเราจุดตะเกียงขึ้น ความมืดย่อมหายไป**

ความรู้สึกของสติก็ฉันนั้น

ตอบโดย : หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *