“…เคยมีคนเยอรมันมาถามหลวงพ่อว่า
‘ชีวิตนักบวช กับชีวิตของพระ
อันไหนประเสริฐกว่ากัน ?’
หลวงพ่อเพิ่งได้ยินนี่แหละ
เขาว่า‘เขาเคยถามมาหลายอาจารย์แล้ว’
‘ชีวิตนักบวชนั้น บวชแล้วก็สึก-สึกแล้วก็บวช
ผู้ร้ายฆ่าวัว-ฆ่าควาย ปล้น-จี้…มาบวช
เขาก็เรียกว่า‘พระ’
ฆ่าคนมาเมื่อวานนี้ มาบวช
มาหาอุปัชฌาย์-อาจารย์ รับรองให้บวช
เขาก็เรียกว่า‘พระ’
พระเช่นนั้น เป็นแต่รูปกายภายนอก
จิตใจนั้น อาจจะเป็น‘ผี’ก็ได้
ส่วนพระจริง ๆ ที่หลวงพ่อว่านี้
อยู่ในบทสวดสังฆคุณที่เราสวดกันทุกเช้า-เย็นนั่นแหละ
‘สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ’
อันนี้เป็นภาษาบาลี เราฟังเข้าใจหรือไม่ก็ไม่รู้
เพราะมันไม่ใช่ภาษาของเรา
แม้คนไทยแท้ ๆ พูดให้กันฟัง-บางทียังไม่เข้าใจ
หลวงพ่อเข้าไปกรุงเทพ ฯ ปีแรก ไปอยู่ที่วัดชลประทาน ฯ
พูดภาษาเมืองเลย(ตอน)อบรมเขา คนภาคกลางฟังไม่ออกเลย
เขาว่าทำไมพูดภาษาแบบนี้ พูดแบบอื่นไม่เป็นเลยหรือ
(ถ้า)ไม่จำเป็น หลวงพ่อไม่เคยพูด(ภาษา)ภาคกลาง
ที่ว่า‘สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ’นั้น
แปลว่า‘สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าหมู่ใด ปฏิบัติดีแล้ว’
‘หมู่ใด’ที่ว่านี้ ไม่ได้หมายถึงโกนผม
แล้วเอาผ้าเหลืองมาห่มแล้วเป็นพระสงฆ์-ไม่ใช่
นั้นเป็นสงฆ์โดยสมมติ เป็นพระโดยสมมติ
*ขอให้เราเข้าใจสิ่งที่สมมติ และบัญญัติกันขึ้นมา
ซึ่งเรียกว่า‘สมมติบัญญัติ’ ขอให้รู้จักกันจริง ๆ*
แล้วยังมีปรมัตถบัญญัติ-มีอรรถบัญญัติ-มีอริยบัญญัติ
สิ่งเหล่านี้หลวงพ่อไม่เคยได้ยินใครสอน
อย่างที่หลวงพ่อเข้าใจได้
ที่เรียกว่า‘รู้เอง-เข้าใจเองตามแบบพระพุทธเจ้า’
พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า**‘ผู้ใดประพฤติตาม
ย่อมรู้ตาม-เห็นตาม-เข้าใจตามอย่างเราตถาคต
หากปฏิบัติผิดแล้ว ก็ไม่รู้-ไม่เห็นอย่างเรา’
เพราะหลงผิดในการกระทำของตัวเอง**
ส่วน‘อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ’
นั่นก็เป็นภาษาบาลี
การที่จะแปลภาษาบาลีให้เป็นภาษาไทยนั้น-ยาก
แล้วเราจะเข้าใจได้ง่าย ๆ อย่างไร ?
‘อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ’
แปลว่า‘สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้นหมู่ใด
ปฏิบัติตรงแล้ว’
ที่ว่า‘ตรง’ คือ‘ตรงต่อตัวเอง ตรงต่อคำพูดของพระพุทธเจ้า’
เดี๋ยวนี้เราไม่ตรงต่อตัวเอง ไม่ตรงต่อคำพูดของพระพุทธเจ้า
เช่น เราว่าจะทำอย่างนั้น-จะทำอย่างนี้
สมมติเอาง่าย ๆ
*หลายคนว่าจะปฏิบัติวิปัสสนา จะให้เห็นแจ้ง-รู้จริง
ถ้าไม่เห็นแจ้ง-รู้จริงแล้ว จะไม่ท้อถอย-ไม่ย่อหย่อน
จะไม่เลิกราจากความเพียร
ทำไปทำมาไม่ถึงเดือน ๒ เดือนหรอก
ก็ย่อหย่อน-ท้อถอยไปแล้ว
นี่ชื่อว่า‘ไม่ตรงต่อตัวเอง
ไม่ตรงต่อคำพูดคำสอนของพระพุทธเจ้า’
คำพูดนั้นตรงอยู่ แต่จิตใจมันไม่ตรง*
‘ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ’
แปลว่า‘สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าหมู่ใด
ปฏิบัติเพื่อรู้ธรรมเป็นเครื่องออกจากทุกข์แล้ว’
**ที่ว่าปฏิบัติธรรมเป็นเครื่องออกจากทุกข์นั้น
ออกจากอะไรก่อน ?
โดยวิธีใดจึงจะออกได้ จึงจะรู้จะเห็นได้ ?
การศึกษาอะไรก็ตาม ย่อมต้องมีวิธี**
เช่น เราจะหุงต้ม-ทำครัว
ให้เป็นอาหารเสร็จออกมากินได้ ไม่เป็นพิษเป็นภัย
ก่อนอื่นเราต้องรู้จักวิธีก่อไฟเสียก่อน
เมื่อรู้จักวิธีติดไฟแล้ว ก็จะไปหาก้อนหินมา
บ้านหลวงพ่อเรียก(ว่า)ก้อนเส้า มาตั้งไว้
แล้วก็เอาน้ำใส่หม้อมาตั้งไฟจนน้ำเดือด
แล้วเอาอาหารลงไปปรุง จะเป็นเนื้อหรือผักก็ตาม
เมื่อต้มไปแล้วพิษร้ายมันจะตาย เชื้อโรคมันตาย
เพราะน้ำมันร้อน ไฟมันเผา
เรื่องนี้ก็เหมือนกัน **ต้องรู้จักวิธีเสียก่อน!**
ไม่ใช่เที่ยวพูดเอาว่า
‘เจริญสติปัฏฐาน ๔ ต้องเป็นอย่างนั้น-อย่างนั้น’
นั่นมันตำราพูด
**ต้องมีวิธีทำ!**…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น