รู้สึกกาย รู้สึกใจ 1 กรกฎาคม 2022

“…ที่**หลวงพ่อมาแนะนำวิธีปฏิบัติให้ แล้วก็แนะนำความเป็น

แต่หลวงพ่อทำให้ไม่ได้ เพียงแนะนำวิธีการ

ความเป็นนั้น พวกคุณทำเอง-เป็นเอง-รู้เอง-เห็นเอง-เข้าใจเอง**

เมื่อเห็นเอง-เห็นเอง-เข้าใจเอง แล้วจะไปเชื่อใคร ?

ก็ยกมือไหว้ตัวเองได้ เพราะว่าความดี-ความงามมีอยู่ในคนทุกคน

แน่ะ พระพุทธเจ้าท่านสอนอย่างนั้น

จึงว่า**จิตของผู้ใดตั้งมั่นอย่างดี ไม่หวั่นไหว

เพราะไม่หวั่นไหวต่ออารมณ์ใด ๆ

เขาจะมาสรรเสริญเยินยอก็ตาม เขาจะมานินทาว่าร้ายก็ตาม

ก็เราอยู่ด้วยของเราเอง เพราะเรามีอย่างนี้**

สมมติเรามีเงิน ๑๐ บาทนะ เราจะไปยินดีเงิน ๑๐๐ บาทของเขา

เราจะได้ไหม ? มันไม่ได้…เราต้องยินดีเงิน ๑๐ บาทของเรา

นี่-อันนี้ก็เช่นเดียวกัน

เรารู้ธรรมะแบบนี้ แล้วจะไปดีใจกับเขา

เหาะเหิน-เดินล่อง ดำดิน-บินบน

นับเม็ดหิน-เม็ดทรายในท้องมหาสมุทรทะเล

อันนั้นก็เรื่องของเขา ไม่ใช่เรื่องของเรา

**เรื่องของเรา ต้องมาแก้ปัญหาการขัดแย้ง

ภายในจิตใจของเรานี่เอง ไม่ให้ทุกข์เกิดขึ้น

อยู่กับใครก็ได้ นี่-ธรรมะคำสอนของพระพุทธเจ้า

จึงว่า ‘รู้ธรรม-เห็นธรรม-เข้าใจธรรม’

ธรรมะจึงคือทุกคนนั่นเอง ไม่ผิดไปจากคน**

ธรรมะคือชีวิต ‘ธรรมะ’แปลว่าทรงไว้

นี่-ท่านว่าอย่างนั้น ธรรมะนี่มันพูดยากนะ

แต่ตัวสำคัญ คือ**ให้เราพยายามทำความรู้สึกตัว

มันคิด-ให้รู้ แต่อย่าเข้าไปในความคิด

มาทำความรู้สึกอันนี้** เป็นสำนวนสั้น ๆ

พระพุทธเจ้าท่านสอนว่า ‘ทุกข์-ต้องกำหนดรู้

สมุทัย-ต้องละ มรรค-ต้องเจริญ นิโรธ-ทำให้แจ้ง’

๔ ข้อพอแล้ว

**ทุกข์-ต้องกำหนดรู้ มากำหนดการเคลื่อนไหว

สมุทัย-ต้องละ

ถ้าเราไปดูความคิด-ไปดูลมหายใจ มันเข้าไปในความคิด

มันก็ปรุงไปเป็นเรื่อง-เป็นราวไป มันก็เป็นสังขาร

แน่ะ เป็นอย่างนี้

บัดนี้เรามาดูการเคลื่อนไหว

ตัวความคิดมันถูกหยุด เราก็เลยรู้

‘อ้อ-สมุทัยต้องละ มันละแล้วนี่

มรรคต้องเจริญ-ทำบ่อย ๆ นี่-เป็นอย่างนั้น

นิโรธทำให้แจ้ง มันก็จะไปถึงที่สุดของทุกข์

เพราะเราได้กระแสแล้ว ได้ต้นทางแล้ว**

เท่านั้นเอง ไม่มีเรื่องอะไร

ที่หลวงพ่อพูดนี่ นึกว่าทุกคนจำได้

เพราะว่าได้พูดธรรมะมาให้พวกเราฟังวันนี้

ก็นึกว่าพอสมควรแก่เวลาแล้ว…

…ก็เห็นว่าพูดไปมาก-มันยาว จำไม่ได้

เอาพูดแต่เนื้อหาสาระ

ที่จะจับไปใช้กับชีวิตของเราเท่านั้นเอง

ท้ายที่สุดนี้ อาตมาพร้อมด้วยพระสงฆ์

และญาติโยมมานั่งฟังธรรมะอยู่ ณ สถานที่นี้

อาตมาขออ้างอิงเอาคุณของพระพุทธเจ้า

และพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

และคุณของพระอรหันตสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

มาเตือนจิตสะกิดใจของพวกเรา

ให้พวกเราได้ประพฤติดี-ปฏิบัติชอบ

ตามอย่างที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า

‘สัตว์ทั้งหลายคือเราตถาคตเหมือนกัน’

เมื่อยังไม่รู้-ก็ล้มลุกคลุกคลาน

‘สัตว์ทั้งหลายเป็นเราตถาคต’ มีอวัยวะเหมือนกัน

‘สัตว์ทั้งหลายเป็นตถาคต’ แต่เป็นสาวกพุทธะ-แต่ไม่ใช่เป็นพระพุทธเจ้า

เรียกว่า‘พุทธานุพุทธัง สามะสีละทิฏฐิง’

ผู้ตรัสรู้ตามพระพุทธเจ้าจึงมีศีลและทิฏฐิเสมอกัน

ข้อที่ ๔ ท่านว่า‘สัตว์ทั้งหลาย เราผู้เป็นตถาคตไปถึงแล้วแห่งนั้น

แล้วจึงนำมาสอนพวกเธอทั้งหลาย

ให้พวกเธอทั้งหลายจงประพฤติปฏิบัติตามอย่างเราตถาคตนี้

ก็จะรู้-จะเห็น-จะเป็น-จะมีอย่างเราตถาคตนี้’

อันนี้เป็นคำมั่นสัญญาของพระพุทธเจ้า

แต่ตัวอาตมาทำอย่างนี้ ก็เลยรู้อย่างนี้

ก็เลยนำแต่เรื่องนี้มาพูด-มาสอน

ขอให้ทุกคน-ทุกคน จงประสบพบเห็นเอา

คือจิตใจสะอาด-จิตใจสว่าง-จิตใจสงบ

จิตใจปกติ-จิตใจผ่องใส-จิตใจว่องไว

สามารถมองเห็นอะไรได้ทุกอย่าง

ในชีวิตนี้-หรือเวลาอันใกล้นี้ จงทุก ๆ คนเทอญ.”

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *