รู้สึกกาย รู้สึกใจ 15 เมษายน 2022

“…**การตรัสรู้ ความรู้ที่พระพุทธเจ้าท่านสอนเอาไว้นั้น

มันมีในคน มันมีในคนทุกคน-ไม่ยกเว้น**

ไม่ว่าจะเป็นชนชาติไหน-ภาษาใด ถือศาสนาไหนก็ตาม

อันนี้ผมรับรองแทนพระพุทธเจ้า

เพราะพระพุทธเจ้าตายไปแล้ว ๒,๕๐๐ กว่าปีแล้ว พูดไม่ได้

แต่*ความจริงพระพุทธเจ้าไม่ได้ตาย

พระพุทธเจ้านั้นไม่ใช่เป็นวัตถุ ไม่ใช่เป็นรูปกาย*

อย่างที่เราเคยได้ยินพระพุทธเจ้ากับพระวักกลิ

พระวักกลิชอบกับพระพุทธเจ้า

เห็นว่าพระพุทธเจ้าเป็นคนสวย-คนงาม

ก็ไปดูรูปวัตถุที่เป็นเนื้อ-เป็นหนังนั้น

พระพุทธเจ้าก็เลยทำท่าทีให้พระวักกลิเสียใจ หรือว่าไม่พอใจ

พระวักกลิไม่มีที่พึ่ง ก็เลยจะกระโดดเหวตาย

ว่าอย่างนั้น อันนี้ครูบาอาจารย์เล่าให้ฟัง

พระพุทธเจ้าก็เลยถามพระวักกลิ(ว่า)

‘เข้าใจว่า(ร่างกาย)อันนี้เป็นพระพุทธเจ้าติ ?’

พระวักกลิก็เลยตอบว่า ‘เข้าใจว่า(ร่างกาย)อันนั้นเป็นพระพุทธเจ้า’

(พระพุทธเจ้าจึงว่า) ‘คือวัตถุนี่น่ะ (ร่างกาย)อันนี้ไม่ใช่เป็นพระพุทธเจ้า’

ว่าอย่างนั้น

(แล้ว)**พระพุทธเจ้าจริง ๆ อยู่ที่ไหน ?

คือจิตใจที่สะอาด-สว่าง-สงบ

สะอาด ก็หมายถึง จิตใจหรือชีวิตของเราทุกคนไม่ได้สกปรก

คำว่าสว่าง ก็หมายถึงการเห็นแจ้งด้วยสติปัญญา

มองเจาะลงไป…มันนึก-มันคิดอะไร เรามองให้เห็น

คำว่าสงบ ก็หมายถึงหยุดแล้ว ไม่ทำชั่ว-ไม่พูดชั่ว-ไม่คิดชั่วอีกแล้ว

แปลว่าหยุด** มันไม่ใช่ว่าหยุดในการเดิน

ตอนหยุดนี้ ปรากฏว่าองคุลีมาลกับพระพุทธเจ้า

องคุลีมาลวิ่งอยู่ไม่หยุด-ไม่เซา

พระพุทธเจ้า(ว่า) ‘หยุดแล้ว’

องคุลีมาลก็บอกว่า ‘ทำไมโกหก ?’

(พระพุทธเจ้าว่า) ‘ไม่ได้โกหก-ไม่ได้ตั๋ว พูดความจริง-เราหยุดแล้ว’

(องคุลีมาลว่า) ‘หยุดที่ไหน เดินไปอยู่นั่น’

(พระพุทธเจ้าว่า) ‘เราไม่ได้เดิน องคุลีมาลคนเดียว(ที่)เดิน’

**อันนี้เราก็น่าที่เราทุกคนที่จะเอามาใช้ได้ในชีวิตประจำวันของเรา โดยไม่มีทุกข์

หยุดนั้น คือหยุดความคิด**

ไม่ใช่หยุด-ไม่ให้คิดเสียเลย ไม่อย่างนั้น-อันนี้

คนเป็นวิปลาสก็ตาม เป็นจินตญาณก็ตาม

เป็นวิปัสสนูก็ตาม คือคนไม่ได้ดูความคิดนั่นเอง

ความคิด-มันคิดวูบเดียวขึ้นมา เราไม่ได้เห็น

มันก็ไปทำเป็นมายา หรือว่าหลอกลวง

เห็นด้วยตาบ้าง เห็นด้วยใจบ้าง**

อันนั้นแปลว่าคนอยู่ในมุ้ง

ถึงเราจะมีความสว่าง กันเรือด-กันยุงได้ก็ตาม

หรือกันฮิ้น-กันอะไรได้ก็ตาม เพราะเราอยู่ในมุ้ง-มันกันได้

กันฮิ้น-กันยุง แต่เรือด-เฮือดที่มันอยู่ในกระดานที่เรานอน

หรือมันอยู่ในหมอน-อยู่ที่ไหนก็ตาม

พอดีเรานอนไป-มันมากัดเรา มากัดเราทุกวัน-ทุกวัน

แต่ว่ายุงกับริ้น-มัน(จะ)มากัดเรา มุ้งมันกันไว้-มันเข้ามาไม่ได้

แต่สำหรับเรือดนี้ (มุ้ง)กันไม่ได้

มันต้องเข้ามาได้จริง ๆ (แล้ว)เราจะทำวิธีไหน ?

เราก็ต้องหาสมุฏฐาน ที่เกิดของเฮือดนั่นแหละ

เราก็หาสมุฏฐานมา นำ(ตาม)ฆ่ามันเสีย-และมันก็ไม่มากัดเรา

อันนี้เราไม่หาสมุฏฐานของมัน เราก็เลยเข้าไปอยู่ในมุ้ง

ก็นอนสบาย บัดนี้เรือดมากัดเรา เอาแล้ว-เราก็นอนไม่หลับ

กลิ้งอยู่เสมอไป เหมือนกับลูกบอลอยู่ในสนามหญ้า

เมื่อเราเอาเท้าไปเตะมัน หรือเอาตีนไปเตะมัน

ลูกบอลก็ต้องกลิ้งอยู่อย่างนั้น ไม่มีวันเซา(หยุด)

เราถอนหรือเราหยุด เราไม่เตะลูกบอล-ลูกบอลก็ไม่กลิ้งฉันใด

ถ้าเราอยู่ในมุ้งนั้นน่ะ ถึงเราจะกันยุง-กันริ้นได้ก็ตาม

แต่เฮือดมันไม่กลัว

ดังนั้น**ความคิดนี้ ถึงเราจะไปนั่งสงบอยู่ที่ไหนก็ตาม-มันไม่กลัวเลย

อันนั้นเรียกว่าผู้ยังไม่มีดวงตา คือยังไม่เห็นต้นตอของชีวิตของเรา

มันก็เลยรู้(นอกตัวไป) บางคนไปนั่ง…เห็นสี-เห็นแสง

เห็นดวง(อา)ทิตย์-ดวงจันทร์ ดวงแก้ว-ดวงอะไรก็ตามแหละ

เลยในขณะที่เรานั่ง หรือเราหลับตาก็ดี-ไม่หลับตาก็ดี

คือไม่เห็นความคิด มันก็คิดออกมา

เราก็เลยสร้างภาพขึ้นมาภายในจิตใจ

อันนั้นก็เรียกว่า‘ไม่เห็นความคิด’**

คือไม่เห็นความคิดนั่นแหละ คือเราอยู่ในมุ้ง-เราอยู่ในถ้ำ

เราจะเห็นได้ทำไม ? เพราะเราหลับไปแล้วนี่น่ะ

บางคนก็ว่าได้สงบ อย่างนั้นก็ดี-ไม่ใช่ว่าไม่ดี

ผมก็เลยสมมติให้เหมือนกับกินน้ำแข็ง

ถ้าเรากินน้ำแข็ง-มันเย็น

น้ำแข็งมันละลายตกไปในท้อง มันร้อนขึ้นมา

หรือสมมติว่าน้ำแข็งเป็นก้อนใหญ่ ๆ เอาไปทิ้งไว้ตามสนาม

หรือที่ไหนก็ตามแหละ ลมพัด-แดดออกมา

น้ำแข็งก็ละลายเป็นน้ำเหมือนเดิม มันไม่ใช่เป็นของจริง-ของแท้

ของจริง-ของแท้นั้น ไม่มีมากเท่าไหร่หรอก

แม้**คำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหมดเลยครับ

บรรจุลงที่ความคิดนี่เอง**

ฉะนั้น เราเคยได้ยิน-ได้ฟังมามากพอสมควรแล้วว่า

**‘พระพุทธเจ้าตรัสรู้เพราะการทำทางจิต’** แน่ะ!…”

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *