รู้สึกกาย รู้สึกใจ 14 เมษายน 2022

“…ตอนนี้ก็เลยมาวกเข้าเรื่องวิปัสสนู

คำว่า‘วิปัสสนู’นั้น เมื่อเราเรียนก็ตาม

ทำกรรมฐานก็ตาม หรือเจริญวิปัสสนาก็ตาม

*เมื่อมันเกิดความรู้ขึ้นมา เราเกิดความรู้ขึ้นมา-แล้วมันพูดได้

ผม-อันนี้ เป็น-ผมรู้…แต่ในขณะที่ผมเป็น-ผมไม่รู้

อันนี้แหละ-ผมเป็นบ้า ผมไม่รู้จักบ้า

เมื่อผมไม่หายจากบ้าแล้ว ผมไม่รู้

ผมไปแสดงธรรมให้เทวดาฟังก็เป็น แสดงธรรมให้ผีฟังก็เป็น

ในขณะที่มันเกิดความรู้ขึ้นมา

จะพูดกับเทวดาก็ได้ คุยกับเทวดาก็ได้

เห็นไป-เห็น ผม(กำลัง)เดินนี่

เห็นเขาหมุนสลากกินรวบอยู่ที่กรุงเทพ ฯ นี่

ตัวเบ้อเร่อขนาดนี้-แดงจ๊าดเลย นั่น!

เพราะเรื่องอะไร-อันนี้น่ะ ?

อันนั้นแหละ เขาเรียกว่า‘คนไม่รู้จริง’

อันนี้แหละพูดอวดอุตริมนุสสธรรม

คือธรรมอันยิ่งของมนุษย์ที่ไม่มีในตน* ว่าอย่างนั้น

*มันไม่มีในเรา-อันนั้นน่ะ มันอยู่นอกเราไป-อย่าไปรู้มัน

มันเป็นพิษ-เป็นภัย* ท่านผู้รู้สอนเอาไว้อย่างนั้น

ถึงว่า‘มันรู้’ ไปสอนคนอื่น-รู้ได้ไหม ?

มันของไม่จริง มัน(จะ)พิสูจน์ได้ทำไม ?

**อันนี้(วิปัสสนู) เนื่องจากเราไม่เห็นความคิดเรานี่เอง

เราไม่เห็นความคิดเรา มันคิดวูบขึ้นมา-มันออกไปข้างนอก

เราก็เลยเข้าไปในความคิดเลย

ก็รู้เป็นเรื่อง-เป็นราวไปเลย**

อันนี้เป็นวิธีที่จะนำมาเล่าให้ฟังโดยความจริงใจ

พิสูจน์ได้ทันที

ดังนั้น*คำสอนของพระพุทธเจ้า จึงมีการพิสูจน์ได้

(สำหรับ)คนมีปัญญา*

ดังนั้นท่านผู้ฟังทั้งหลาย วันนี้(ให้)ทำตัวเหมือนกับดอกไม้

ดอกไม้นี่ที่จะบานได้-ต้องอาศัยแสงแดด ว่าอย่างนั้น

แสงแดดนั่นก็หมายถึงความร้อนเผา หรือแสงตะวันนี่แหละ

ออกมาแล้ว ดอกไม้มันก็ร้อน-มันก็บานได้

ดังนั้นเราเรียนก็ตาม เราเจริญวิปัสสนาก็ตาม-อะไรก็ตาม

ทั้งหมดนั่นแหละครับ ที่เรายังมีความสงสัย-ลังเลใจ

**เราไม่ต้องทำอะไรกันมากมายหลายเรื่อง

เราต้องรีบมาดูใจเรา

แล้วก็หูฟัง-สติก็ดูใจเรา** ไม่ใช่เราจะหลับไปทั้งหมด

ครั้นถ้าเราหลับไปทั้งหมด มันก็อย่างว่าแหละ

ข้าวไม่มีวิตามิน เรียกว่า‘ข้าวผี’

ข้าวลีบ-ข้าวไม่มีใน เรียกว่า‘ข้าวผี’

เราเป็นชาวนา-เคยทำนา คิดดูคนภาคอีสาน

ทำนา แล้วอาศัยข้าวเปลือกที่มันอ้วน-มันเต็ม

เอาไปเพาะ-มันงอกขึ้นมา เรียกว่า‘เป็นข้าวกล้า’

ถอนข้าวกล้าแล้วเอาไปดำนา บัดนี้มันเป็นลำฟางขึ้นมา

ก็เลยมาโข้ง(งอกงาม) มาแตกขึ้นมาเป็นเม็ดข้าว

รวงข้าวมันก็โงขึ้นมา

บัดนี้นาน ๆ เม็ดข้าวมันค่อยเอาอากาศเข้าไปข้างในมัน-มันแตก

เม็ดข้าวก็เลยอ้วนเข้า-อ้วนเข้า ก็เลยก้มลง-ก้มลง

บัดนี้พอดีมันนาน ๆ เข้า เรียกว่า‘ข้าวอ้วน-ข้าวเต็ม-ข้าวแก่’

บ้านผมเรียกว่า‘ข้าวแก่’

เราไปเกี่ยว-ไปตัดเอา เอาแต่เม็ดข้าวอ้วน

เม็ดข้าวลีบ-เอาทิ้ง ฟางทิ้งไว้ตามทุ่งนา

บัดนี้ฟางเอาให้ใครกิน ? ให้วัว-ให้ควายกิน นี่

ข้าวเปลือกเอาไปให้ใครกิน ? ให้เป็ด-ให้ไก่-ให้หมูกิน

คนกินอะไร ? *คนต้องกินข้าวสุก*-ข้าวสารก็กินไม่ได้

อันนี้หลักวิชาการที่เราเรียนมานั้น

ดังนั้นจึงว่า ฟางก็กินไม่เป็น-ข้าวเปลือกก็กินไม่เป็น

ข้าวสารก็กินไม่ได้ *ต้องกินข้าวสุก*

*(บางคนว่า)‘ทิ้งข้าวเปลือกซะ’ ทิ้งไม่ได้ข้าวเปลือก

ไม่มีพันธุ์มัน ปีต่อไปไม่มีพันธุ์มันแล้วบัดนี้

ถ้าไปทิ้งข้าวเปลือกแล้ว บัดนี้ไม่มีพันธุ์

จะเอาข้าวสุกที่ไหนกิน(ใน)ปีต่อไป

มันก็จำเป็นต้องเอาข้าวเปลือกนั้นไว้ มาทำเป็นฟางขึ้นมา

มันหมุนอย่างนี้อยู่ตลอดเวลา*

ดังนั้นท่านผู้ฟังทั้งหลาย(ใน)วันนี้

**ทำตัวของตัวเป็นเม็ดข้าวอ้วน ๆ ก็ได้

หรือเป็นดอกไม้ที่เต็มตัวแล้วก็ได้

พอดีแสงแดดส่องออกมา เราก็บานได้**…”

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *