รู้สึกกาย รู้สึกใจ 31 มีนาคม 2022

“…*ตอนที่ถึงที่สุดของทุกข์

เหมือนกับสำลีที่มันมีน้ำ สำลีที่มีน้ำ-เราบีบออก

สำลีมันจะคายน้ำจนหมดเลย

เหมือนกับผ้าที่สมัยนี้เขามี-ผ้าไนล่อนอะไร (นำ)ไปชุบน้ำ

แต่ผ้าน่ะ-มันไม่จูบ(ซับ)เอาน้ำเลย แต่ผ้า-น้ำก็ติด(ผ้า)ขึ้นมา

พอดียกขึ้น-น้ำมันจะไหลออกหมดเลย มันเป็นอย่างนั้น*

เหมือนกัน จึงว่า**มันหลุดแล้ว-สิ่งนั้นออกจากกันแล้ว

แต่มันก็อยู่ด้วยกันได้** เพราะว่าคนนี่มันต้องกินข้าวปลาอาหารได้

เรื่องอาหารใหม่-อาหารเก่านั้น จะทำให้เป็นอย่างนี้ไม่ได้

อาหารกินเข้าไปท้องแล้วนี่ จะทำให้หมดทุกข์ได้ ?-ไม่ได้

แต่อาหารยังไม่ได้กิน จะทำให้หมดทุกข์ได้ ?-ไม่ได้

เพียงแต่มาเลี้ยงร่างกายเท่านั้นเอง แต่ร่างกายนี้จะรู้อะไรไม่ได้

ดังนั้นอาหารใหม่-อาหารเก่านั้นน่ะ

จะมาทำให้รู้แจ้ง-เห็นจริง หลุดพ้นได้ ?-ไม่ได้

มันเป็นธรรมชาติของสัตว์ มันต้องเป็นอย่างนั้น

ดังนั้น การกินข้าวปลาอาหาร

ใครจะกินอันใดก็ได้-แต่**ขอให้ทำถูกต้อง**

ถ้าไม่กินข้าว-ทำไม่ถูกต้อง ก็ไม่รู้-ไม่หลุด

ถ้ากินข้าว-ทำไม่ถูกต้อง ก็ไม่รู้-ไม่หลุด

ไม่กินข้าว-ถ้าทำถูกต้อง ก็รู้-ก็หลุดได้

มันเหมือนกัน กินก็ได้-ไม่กินก็ได้

**ถ้าทำถูกต้องนะ มันก็ต้องรู้-ต้องหลุดได้**

ถ้าทำไม่ถูกต้อง กินก็ไม่ได้-ไม่กินก็ไม่ได้

เพราะเรื่องมันเป็นคนละเรื่อง

ดังนั้น**อันความรู้สึกตัวน้อย ๆ เนี่ยะ

มันเป็นผลที่พลอยได้ มันเป็นผลที่พลอยได้**

ดังนั้น เขาเปรียบเอาไว้

การตักบาตรครั้งเดียวได้ผลา ๖ กัป

อาตมาเคยเป็นเณร ไปอ่านหนังสือให้คนฟัง

ไปส่งอาหารพระตอนเช้า ได้ผลา ๕ กัป

ไปส่งอาหารตอนกลางวัน ได้ผลา ๔ กัป

กัปหนึ่งกว้าง ๑๐๐ โยชน์ ลึก ๑๐๐ โยชน์

๑๐๐ ปีของเมืองคนนะ จึงเป็นปีทิพย์ของเทวดา ๑ ปี

เทวดาจึงเอาเมล็ดงาไปทิ้งลงที่ในบ่อกว้าง ๑๐๐ โยชน์

ลึก ๑๐๐ โยชน์นั้น ให้ราบเตียนหมดแล้วนั้น

เป็น ๑ กัป ท่านว่าอย่างนั้น

บัดนี้เราไปใส่บาตรเพียงครั้งเดียว ได้ ๖ กัปบัดนี่

แล้วบัดนี้เอายากับกาพระ หรือยากาหม่อง(ตลับยาหม่อง)เนี่ยะ

เราตื่นมา เอา(เมล็ดงา)ไปทิ้งใส่(ตลับยาหม่อง)ทุกวัน

ตื่นมาจน(ถึงตอน)ตาย…ก็ไม่ได้-ไม่ได้เต็มเลย เป็นอย่างนั้นเนี้ยะ

เราไม่เข้าใจคำพูดสั้น ๆ อย่างนี้

แล้วเราไปตีปัญหม-ปัญหากันเป็นเรื่องอื่น

อันความรู้สึกตัวนี่แหละ

**อันกว้าง ๑๐๐ โยชน์ ก็หมายถึงเราไม่รู้สึกตัว-หรือโมหะนั่นเอง

มันมีโทสะ-โมหะ-โลภะ

บัดนี้เม็ดหมากงา คือรู้สึกตัวนี่เอง

เมื่อรู้เข้า-รู้เข้า-รู้เข้า ก็เลยรู้ทุกส่วน**

รู้ข้อมือ-รู้ข้อเข่า รู้ข้อศอก-รู้ข้อแขน รู้ไปทุกข้อทีเดียว

เมื่อรู้ทุกข้ออย่างนั้นนะ สมมติพูดนะ

มันจะรู้ลักษณะความเป็นมาอย่างนั้น-อย่างนั้น

ไม่ต้องไปเรียนพระไตรปิฎกก็ได้ เพราะมันมีในเรา

จึงมาศึกษาที่ตัวเรา กว้างศอก-ยาววา-หนาคืบนี้

มีพร้อมแล้ว ให้เราศึกษาได้ทุกอย่างทีเดียว

เมล็ดงา ก็หมายถึงความรู้สึก-หรือจะว่าสติก็ได้

อันมันกว้าง ๑๐๐ โยชน์

ก็หมายถึงเราไม่รู้สึกตัว เราเป็นคนประมาท

**คนประมาทนั้น ท่านจึงกล่าวเอาไว้ในตำราว่า

เหมือนกับคนตายแล้ว

ถึงจะมีชีวิตอยู่ก็เหมือนกับคนตายแล้ว ท่านว่า

เพราะว่ามันไม่รู้สึกตัวนี่ จะมีค่า-มีคุณอะไร ?**

จึงว่าเมืองคนดี-แต่เป็นคนไม่ดี ท่านว่าอย่างนั้น

เมืองคนดี-ต้องเป็นคนดี ก็คือรู้สึกนั่นเอง

คือเมล็ดงามันเต็มแล้ว นั่นแหละจึงว่าเป็นกัป-เป็นกัลป์ขึ้นมา

เรียกว่าพระศรีอริยเมตไตรย์จึงมาตรัสรู้ ท่านว่าอย่างนั้น

แต่เราก็เลยไปติดเอาตำรา-ตัวอาตมาเอง

พระศรีอริยเมตไตรย์มีอายุ ๘๐,๐๐๐ ปีแล้ว

จะมาเป็นมหากษัตริย์อยู่ ๔๐,๐๐๐ ปี

จะไปประกาศพุทธศาสนา ๔๐,๐๐๐ ปี

เราทำบุญ-ให้ทาน ปรารถนาอยากไปเกิดที่ตรงนั้น

แล้วมันจะไปเกิดได้ทำไม ? อันนั้นมันเป็นปุคคลาธิษฐาน

เรื่องสมมติเอามาพูดให้ฟัง จึงให้รู้จักสมมติจริง ๆ

พระแปลว่าผู้ประเสริฐ ศรีคืองาม

อริแปลว่าข้าศึก ยะแปลว่าพ้นไป

เรียกว่าพระศรีอริยเมตไตรย์ ลักษณะทั้งหมดนี้แหละ-รู้ได้

จึงว่า สิ่งนี้แหละเป็นสมบัติของพระอริยบุคคลก็ได้

สิ่งนี้แหละเป็นสมบัติของมนุสสภูโตก็ได้

สิ่งนี้แหละ เป็นสมบัติของมนุษย์ก็ได้

แล้วแต่จะสมมติพูดขึ้นมาเท่านั้นเอง

ดังนั้นการเจริญสติก็ดี-การเจริญสมาธิก็ดี-การเจริญปัญญาก็ดี

มันเป็นเพียงสมมติ ให้เรารู้ว่าสมมติ-อย่าไปติดสมมติ

ถ้า**คนใดไปติดสมมติ-แน่นปึ๊กอยู่กับสมมติ

แสดงว่าคนนั้นแหละ เรียกว่าวัฏฏสงสารยืนยาวนาน

สำหรับบุคคลผู้ที่ไม่รู้ธรรม หาบของหนักอยู่อย่างนั้นตลอดเวลา**

ดังนั้น เราจะวางภาระอันหนัก

ภาราหาเว ปัญจะขันธา-ขันธ์ทั้ง ๕ เป็นของหนัก

เราต้องรู้จัก(ว่า)ขันธ์ ๕ คืออะไร ?

**รูป-เวทนา-สัญญา-สังขาร-วิญญาณนี่เอง เป็นของหนัก

เราปล่อยเสียแล้วนี่ ปล่อยของหนักแล้ว

รูปไม่เป็นทุกข์ เวทนาไม่เป็นทุกข์

สัญญาไม่เป็นทุกข์ สังขารไม่เป็นทุกข์

วิญญาณจึงรู้สภาพไม่เป็นทุกข์นี่เอง วิญญาณจึงเป็นผู้รู้**

ไม่ใช่วิญญาณตายแล้วไปเกิดเมืองสวรรค์

ไม่ใช่วิญญาณตายแล้วไปเกิดนิพพาน

อันนั้นเอาไว้ก่อน **ต้องศึกษาลักษณะปัจจุบัน

ถ้าเราไม่ศึกษาลักษณะปัจจุบันแล้ว เราก็ไม่รู้ทุกข์

เมื่อเราไม่รู้ทุกข์ เราก็ขยับเข้าไปหาทุกข์นั่นเอง**…”

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *