รู้สึกกาย รู้สึกใจ 7 กุมภาพันธ์ 2022

“…ตอนที่หลวงพ่อมาอยู่ที่ขอนแก่น มีครอบครัวหนึ่ง ๔ คน

พ่อตา-แม่ยาย-ลูกเขย-ลูกสาว มาปลูกบ้านอยู่

เขาไปหาซื้อตะกรุดจาก จ.ร้อยเอ็ด มา ๒ อัน

อันละ ๔๕๐ เป็นเงิน ๙๐๐ บาท สำหรับลูกเขยกับพ่อตา

สมัยนั้น เงิน ๙๐๐ บาท ไม่ใช่น้อย ๆ

และไปซื้อพระพุทธรูปจาก อ.หนองเรือ มาอีก ๒ องค์

เป็นของคุ้มครองรักษา แต่ปรากฏว่าคนในบ้านป่วยกันเรื่อย

ไปนิมนต์พระมาสวด ก็ไม่หาย

พอรู้ว่าหลวงพ่อมาอยู่ที่วัดโมกข์ (จ.)ขอนแก่น

เขาเห็นว่าเป็นพระวิปัสสนา จึงมานิมนต์ให้ไปสวด

ตอนนั้น ที่วัดโมกข์มีหลวงตาอยู่ด้วยกันอีกองค์หนึ่ง

เป็นสมภารบวชที่นั่น และสร้างวัดขึ้นมา

หลวงตาองค์นั้นก็จะไปกับหลวงพ่อด้วย

หลวงพ่อจึงบอกว่า ‘ถ้าไป ๒ คน มันไม่ขลัง-ต้องไปคนเดียว’

‘ถ้าหลวงตาไป หลวงพ่อก็ไม่ไป’

หลวงตาก็เลยไปไม่ได้ เพราะเขาไม่ได้นิมนต์

ตกลงหลวงพ่อเลยไปคนเดียว เขาเอารถมารับไปที่บ้าน

ถึงบ้านแล้ว หลวงพ่อก็ถามเขาว่า

‘บ้านหลังนี้สร้างมากี่ปีแล้ว ?’ เขาตอบว่า ‘๒-๓ ปีแล้ว

แต่คนในบ้าน คือลูกสาว-ลูกเขยและภริยาไม่สบายกันเรื่อย

มีเขาสบายอยู่คนเดียว’

หลวงพ่อถามว่า ‘เป็นเพราะอะไร ?’

เขาตอบว่า ‘บ้านนี้เป็นเสนียดจัญไร มีผีมาอยู่ด้วย’

หลวงพ่อถามต่อไปว่า ‘แล้วคนบ้านนี้นับถืออะไร ?’

เขาตอบว่า ‘นับถือพระ นับถือธรรมะ’

หลวงพ่อจึงขอดูพระที่เขาซื้อมา

เขาก็ไปหยิบเอาตะกรุดและพระออกมาให้ดู

หลวงพ่อถามว่า ‘จะเอาสรงน้ำได้ไหม ?’

เขาบอกว่า ‘ผมสรงน้ำทุกปี’

หลวงพ่อเลยบอกว่า ‘จะสรงน้ำพระให้’

เขาก็เลยเอาน้ำมาให้กาละมังหนึ่ง จะให้ทำน้ำมนต์

หลวงพ่อดูนาฬิกา แล้วเอาพระกับตะกรุดลงแช่น้ำ

แช่ไว้เป็นเวลา ๑ ชั่วโมง โดยชวนเขาพูดคุยเพลิน ๆ จนเขาลืม

หลวงพ่อจึงพูดขึ้นว่า ‘ลืมเอาพระขึ้นมา พระตายแล้ว’

เขาตกใจ ! เพราะคิดว่าพระจมน้ำตายจริง ๆ

หลวงพ่อถามเขาว่า ‘ถ้าคุณดำน้ำ คุณหายใจได้ไหม ?’

เขาตอบว่า ‘หายใจไม่ได้’

หลวงพ่อจึงบอกว่า ‘พระก็หายใจไม่ได้ ก็ตายเหมือนคุณ

เพราะถ้าคุณไม่หายใจ-คุณก็ต้องตาย ฉะนั้นพระก็ตาย’

หลังจากนั้น หลวงพ่อจึงสอนเขาไม่ให้งมงาย

ตะกรุดและพระนี้ไม่ขลัง-ไม่ศักดิ์สิทธิ์

ไม่ได้ให้ความคุ้มครองอะไรแก่คน

คนต่างหากเป็นผู้รักษาพระ รักษาตะกรุดไว้

‘เอาลงแช่น้ำชั่วโมงกว่าแล้ว ไม่เห็นว่าจะขึ้นมาจากน้ำได้เองเลย

แค่นี้ทำไม่ได้ แล้วจะช่วยคนได้อย่างไร ?’

เขาเข้าใจทันที และจะยกพระให้หลวงพ่อ

หลวงพ่อไม่เอา ถ้าให้มา-ก็เอาไปทิ้ง

บอกให้เขาเอาไปขายคืนเจ้าของ

หรือเอาไปขายคนอื่นที่อยากได้ ได้เงินเท่าใดก็ยังดี

แล้วเอา(เงิน)มารักษาคนเจ็บป่วย เอามาทำประโยชน์

เมื่อเขาเข้าใจกันดีแล้ว หลวงพ่อก็ทำน้ำมนต์

โดยให้เขาท่อง นะโม ๓ จบ

และไตรสรณคมน์ ‘พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ’ แล้วแปลให้ฟัง

แล้วพูดให้ฟังว่า ‘โยจักขุ โมหะ มาลาปะกัฏโฐ

แปลว่าท่านพระองค์ใดมีพระปัญญาจักษุ’

**ปัญญาจักษุนี้ ไม่ใช่ตาเนื้อนะ-แต่เป็นตาใจ

คือ มีปัญญาขจัดมลทิน คือโมหะ-ความหลงลงเสียได้

(ปัญญา)อันนี้แหละ จะมาช่วยได้

ไม่มีอะไรจะมาช่วยคุณได้ นอกจากปัญญาอันนี้**

‘สามังวะ พุทโธ สุคะโต แปลว่าเป็นผู้ไปดีแล้ว’

คือไปดี-มาดีนั่นเอง

ไม่ไปกินเหล้า เล่นไพ่ ไม่เที่ยวกลางคืน…ต้องเข้าใจอย่างนี้

เสร็จแล้วก็เอาน้ำมนต์นั้นรดให้คนนั้น-คนนี้ จนเปียกทั่วกันไปหมด

แล้วให้เอาน้ำมนต์ขัดถูบ้านให้ดี แล้วพูดให้กำลังใจว่า

‘ถูให้ดี ๆ ถูให้ผีมันหายไปในวันนี้แหละ’

พอถูบ้านเสร็จ เขาให้หลวงพ่อไปดูใต้ถุนบ้านที่มีกระดูกคน

หลวงพ่อก็พูดให้ฟังว่า ‘มันไม่ศักดิ์สิทธิ์อะไร

เอาไปเผาไฟ มันก็ไหม้หมด

ถ้ามันศักดิ์สิทธิ์จริง ต้องเผาไม่ไหม้’

แต่นี่พอเอาไฟเผา ก็ไหม้เป็นถ่านหมด

ทีนี้เขาก็หายป่วยกัน

นี่แหละคนไม่เข้าใจ จิตใจอ่อนแอ-ไม่มีที่พึ่ง

เลยไปพึ่งผี พึ่งเทวดา พึ่งนางธรณี

พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า

**‘อัตตาหิ อัตตะโน นาโถ ตนนั่นแหละเป็นที่พึ่งแห่งตน

จะไปพึ่งผู้อื่นหาได้ไม่’

ท่านทั้งหลายฟังแล้วก็ให้ปฏิบัติตาม

แล้วอย่าหยุดอยู่เพียงความเป็นคน ให้พัฒนาตนขึ้นมาเป็นมนุษย์

เป็นเทวดา เป็นอินทร์ เป็นพรหม

หรือไม่ต้องเป็นเทวดา อินทร์ พรหม ก็ได้

พัฒนาจิตใจจนกลับเข้ามาเป็น ‘พระ’ เลย**…”

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *