“…ตอนนี้ก็มาพูดกันเรื่องสุดท้าย ไม่ต้องพูดตามขั้นตอน
ก่อนที่จะตัดสินใจว่า‘ไม่ต้องไป-ไม่ต้องมา’
หลวงพ่อทำความรู้สึก เดินกลับไป-กลับมาตอนเช้า
**‘มันคิด-ก็รู้ มันเคลื่อนไหววิธีใด-ก็รู้…ดูอยู่แค่นั้นเอง
เอาแต่ความรู้สึกตัวเท่านั้น
มันนึกมันคิดอะไร…ก็รู้เท่า-รู้ทัน รู้จักกัน-รู้จักแก้’
เรียกว่า‘เอาชนะได้’**
นี่แหละ…รู้เท่า-รู้ทัน รู้จักกัน-รู้จักแก้
พอดีเดินกลับไป-กลับมา
คล้ายเราถอดเสื้อหรือถอดของในตัวเรานี่ออกหมด
แล้วก็เบากาย-เบาใจ มันเป็นขณะเดียวกันนะนี่
พูดให้ฟัง-แต่มันเร็ว ขาดออกเป็นช่วงเลย
แต่ไม่ใช่เป็นนิมิตอย่างนั้น-อย่างนี้นะ
**มันเห็นตัวของตัวเองขาดออกจากกัน มันขาดอย่างเชือก
คือ ธรรมชาติมันขาดออกจากกัน-ติดต่อกันไม่ได้**
จึงเปรียบเอาไว้ว่า
‘เอาเชือกไนลอนหรืออะไรก็ตามผูกปลายทั้ง ๒ ข้าง
ดึงให้ตึงแล้วตัดตรงกลาง เมื่อตัดแล้วจะดึงเข้าหากัน-มันไม่ถึง’
จึงว่า‘การไปก็ไม่มี-การมาก็ไม่มี มันเข้าสู่สภาพของมัน’
รูปนี้-มันก็เข้าสู่สภาพของมันแล้ว
ใจนึก-ใจคิด มันก็เข้าสู่สภาพของมันแล้ว
อันนี้แหละที่ในตำราว่า‘ถึงที่สุดแล้ว ญาณย่อมมี’
เพราะสัญญา-ความหมายรู้และจำได้
ญาณวิปัสสนาเข้าไปรู้ ปัญญาเข้าไปรอบรู้
ทั้ง ๓ อันนี้…มันแว๊บเดียวเท่านั้นเอง
**เรื่องนี้ไม่ต้องถามใคร…เมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้ว รู้เอง-เห็นเอง**
ถ้าปฏิบัติอย่างที่แนะนำมา
*หากเรายังไม่พบเห็นในขณะนี้ ก็ต้องได้ประสบแน่นอน
อย่างช้าก็ตอนใกล้จะหมดลมหายใจ*
อย่างนี้ท่านเรียกว่า‘มืดมา-สว่างไป’
แต่ก่อนเราไม่รู้ บัดนี้เรารู้แล้ว
จะไปไหน-มาไหน จะทำ-จะพูด-จะคิด…เราก็สว่างแล้ว
อีกพวกหนึ่ง‘มืดมา-มืดไป’ เพราะไม่สนใจ-จึงไม่รู้
เข้าโลงก็มืด มามืด-ไปมืด
อีกพวกหนึ่ง‘สว่างมา-สว่างไป’
คือพวกที่เกิดมาไม่เคยทำชั่ว เคยทำแต่ความดี-ความงาม
แล้วก็**เจริญวิปัสสนา…รู้แจ้ง-เห็นจริง จิตใจไม่เศร้าหมอง
เรียกว่า‘สว่างมา-สว่างไป’ เพราะจิตใจรู้จริง-เห็นจริงนี่เอง**
อีกพวก‘สว่างมา-มืดไป’ เขาเกิดในตระกูลอันดี
พ่อแม่เคยฝึก-เคยสอน สอนให้ให้ทาน-รักษาศีล
ให้มีจิตใจผ่องใส แต่ไม่เคยเจริญวิปัสสนา
จึงไม่รู้แจ้ง-เห็นจริงไปจนตาย ท่านว่า‘สว่างมา-มืดไป’
เราคงเคยได้ยิน-ได้ฟังกันมาบ้างแล้ว ครูอาจารย์ท่านสอนว่า
‘คนเกิดมา ๑๐๐ ปี ถ้ายังไม่รู้-ไม่เห็นสภาพ
หรือภาวะอาการเกิดดับของชีวิตจิตใจ
เป็นชีวิตที่ไม่มีค่า-ไม่มีราคา เรียกว่าชีวิตเป็นหมันก็ได้
แต่คนเกิดมาเพียงวันเดียว
รู้แจ้ง-เห็นจริง-เข้าใจจริง ซาบซึ้งอยู่กับสิ่งนั้น
ชีวิตของคนนั้นประเสริฐยิ่ง ประเสริฐยิ่งกว่า
บุคคลผู้มีอายุเป็น ๑๐๐ ปี ที่ว่าเสียอีก’
เกิดเพียงวันเดียวนะ และมันจะพลิกเป็นดีได้อย่างไร ?
คนเกิดมาเพียงวันเดียว บางคนอาจจะสงสัย
ก็หมายความว่า **เราฟังธรรมะ-คำสอนของท่านผู้รู้
เกิดซาบซึ้ง-เข้าใจ แล้วนำเอาไปปฏิบัติ
ที่ท่านว่า‘มืดมา-สว่างไป’ เพราะเข้าใจนั่นเอง**
‘เป็นพระเจ้า-พระสงฆ์ก็ตาม บวชมา ๑๐๐ พรรษา
หากไม่รู้-ไม่เห็น-ไม่เข้าใจสภาพ
หรือภาวะการเกิดดับของรูป-ของจิตของใจนี้
การบวชของผู้นั้นก็เป็นหมัน ไม่มีราคาอะไรเลย
แต่**บุคคลผู้มาบวชเพียงวันเดียว
เกิดความรู้-ความเข้าใจเรื่องอาการเกิดดับของรูป-นาม
รูปเข้าสู่สภาพของรูป ใจเข้าสู่สภาพของใจ
เปรียบเหมือนเอามีดโกนตัดผมให้ขาดออกไปเลย
ชีวิตของบุคคลนี้แหละดีกว่า
ประเสริฐกว่าของบุคคลผู้บวชมา ๑๐๐ พรรษา** ท่านว่าอย่างนั้น
เรื่องนี้ครูอาจารย์ พ่อแม่ ปู่ย่า-ตายายเคยเล่าสู่กันฟัง…ก็จำได้
ฉะนั้น การคิด-พูด-ทำ…**ต้องศึกษาจริง ๆ
จึงจะรู้-จึงจะเห็น-จึงจะเข้าใจ**
*ทุกคนหนีไม่พ้นเรื่องความตาย*
เกิดมาคนหนึ่ง-ตายคนหนึ่ง เกิดมา ๒ คน-ตาย ๒ คน
คนรวยก็ตาย คนทุกข์ก็ตาย
คนเรียนหนังสือก็ตาย คนไม่เรียนหนังสือก็ตาย
ความตายเป็นสิ่งที่แน่นอนที่สุด จึงไม่ต้องกลัวตาย
แต่**ผู้ที่ปฏิบัติถึงที่สุดแล้ว
จะเข้าสู่สภาพที่เรียกว่า‘ไม่ต้องเกิด-ไม่ต้องตาย’
คือ‘ไม่ต้องไป-ไม่ต้องมาแล้ว’นั่นเอง เพราะมันขาดออกจากกัน
ไม่ติดต่อกันแล้ว**…‘ไม่ไป-ไม่มา’ ก็คำเดียวกัน
‘อายตนะภายใน ๖-อายตนะภายนอก ๖’ ก็คำเดียวกัน
แต่**เข้าถึงกันไม่ได้ ดูคนให้เห็นเป็นสภาพ-สภาวะ
ไม่รู้สึกว่าเป็นผู้หญิง-ไม่รู้สึกว่าเป็นผู้ชาย
ไม่รู้สึกว่าสวย-ไม่รู้สึกว่าไม่สวย
ได้ยินเสียง ก็ไม่รู้สึกว่าเพราะหรือไม่เพราะ
เพราะมันขาดออกจากกันแล้ว**
ดังที่พระพุทธเจ้าท่านว่า
‘สัตว์ทั้งหลายคือเราตถาคต สัตว์ทั้งหลายเหมือนเราตถาคต
เมื่อไม่รู้-ไม่เห็น-ไม่เข้าใจ-ไม่สัมผัสกับสิ่งเหล่านี้
ก็พยายามแสวงหาในการคิด-การพูด-การทำ เหมือนคนอยู่ในถ้ำ
เหมือนคนตกน้ำ โผล่หัวขึ้นมาไม่ได้
หรือโผล่ขึ้นมา-ยันขึ้นมาได้ แต่แล้วกลับจมดิ่งตายไปเลย’
ท่านว่าอย่างนั้น
ท่านกล่าวว่า ‘สัตว์ทั้งหลาย เราผู้เป็นตถาคตไปถึงแล้วแห่งนั้น
แล้วจึงนำมาสอนพวกเธอทั้งหลาย
ให้พวกเธอทั้งหลายประพฤติ-ปฏิบัติตามเราตถาคตนี้
ก็จะรู้-จะเห็น จะเป็น-จะมีอย่างเราตถาคตนี้’
**ต้องรู้เหมือนกัน-เห็นเหมือนกัน-เป็นเหมือนกัน
มีเหมือนกันกับพระพุทธเจ้า ไม่ผิดกันเลย**…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น