รู้สึกกาย รู้สึกใจ 8 มกราคม 2022

“…ถ้าขยายความออกไป

**การปฏิบัตินั้น ต้องมีสติกำหนดรู้

เรียกว่า‘รู้สึกตัว-ตื่นอยู่เสมอ’**

เพราะพระองค์สอนไว้แล้วว่า

‘ให้มีสติกำหนดรู้ในอิริยาบถทั้ง ๔

ยืนก็ให้รู้-เดินก็ให้รู้-นั่งก็ให้รู้-นอนก็ให้รู้’

๔ อย่างนี้ก็ยังไม่พอ

ท่านยังย้ำ‘ให้มีสติเข้ามารู้ในอิริยาบถย่อย

เช่น คู้-เหยียด เคลื่อนไหวอย่างไรก็ตาม

(เคลื่อนไหว)โดยวิธีใดก็ตาม ให้มีสติรู้

**การมีความรู้สึกตัวนี่แหละ เรียกว่ามีสติรู้

เมื่อมีสติรู้-ก็เรียกว่าสัญญา สัญญา-ความหมายรู้จำได้

อันสัญญานั่นแหละ ทำให้ญาณของวิปัสสนาเกิดขึ้น

เมื่อสัญญามีมากขึ้น ๆ

มันเคลื่อนไหว ก็รู้มากขึ้น-มากขึ้น

ญาณปัญญา เรียกว่าญาณของวิปัสสนาเข้าไปรู้-เข้าไปเห็น

เข้าไปสัมผัสแนบแน่นอยู่กับสิ่งเหล่านั้น

เรียกว่าสัญญา-ความหมายรู้จำได้ ไม่หลง-ไม่ลืม**

ไม่ต้องไปขึ้นอยู่กับตำรับ-ตำรา เพราะมันมีอยู่ในตัวเรา

เรียกว่า‘สัญญา-ความหมายรู้จำได้’ เพราะมีญาณเข้าไปรู้

เมื่อญาณสมบูรณ์แล้ว ปัญญาก็รอบรู้

อันนี้เป็นการฝึกจิตใจให้ผ่องแผ้ว ว่องไว*

เมื่อจิตใจผ่องแผ้ว-ว่องไว สะอาดดีแล้ว

การตัดสินใจในการคิด-พูด-ทำอะไร ๆ ก็ไม่ผิดพลาด

เพราะปัญญารอบรู้ดีแล้ว

นี่แหละ คำพูดคำสอนง่าย ๆ

*การกระทำอย่างนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการรักษาศีล

ไม่เกี่ยวข้องกับการให้ทาน ไม่เกี่ยวกับการทำสมถกัมมัฏฐาน

เพราะเป็นการทำความรู้สึกตัว*

**รวมความแล้ว อยู่ในความรู้สึกตัวทั้งหมดเลย**

*คนเรา-ถ้าไม่รู้สึกตัวแล้วจะมีศีลไหม ? ไม่มี

จะเป็นการทำบุญไหม ? ไม่เป็น

จะเป็นการให้ทานไหม ? ไม่เป็น

เป็นการรักษาศีลไหม ? ไม่เป็น

เพราะไม่รู้สึกตัวนั่นเอง*

ดังนั้น วิปัสสนากับสมถกัมมัฏฐาน

จึงเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน ตรงกันข้าม(กัน)

ทำไมจึงพูดว่า

‘วิปัสสนากับสมถกัมมัฏฐานจึงเป็นปฏิปักษ์ ตรงกันข้ามกัน’ ?

เพราะทุกคน(บอก)ว่า ‘ก่อนที่จะเจริญวิปัสสนา

ต้องทำสมถกัมมัฏฐานก่อน’

อันนั้นก็จริง

พระพุทธเจ้าของเรานี้ไปศึกษากับครูอาจารย์จนได้สมาบัติ ๘

แต่ตอนนั้นยังไม่ได้เป็นพระพุทธเจ้า

ไม่ใช่เป็นทางมรรคผลนิพพานอะไร

จากนั้น พระองค์ก็ไปกับพวกปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕

ไม่ฉันข้าว-ไม่ฉันน้ำ กลั้นลมหายใจ เอาสำลีอุดหู-อุดจมูก

กลัวว่าวิญญาณของสัตว์ต่าง ๆ จะมาเข้าจมูก

จะมาเข้าหู-เข้าตา เข้าที่ไหนก็ไม่รู้ละ

อดข้าว-อดน้ำ พระองค์ทำถึงขาดนั้น

ก็ยังไม่ได้ตรัสรู้ ยังไม่ได้เป็นพระพุทธเจ้า

ทุกคนก็เคยได้ยินเรื่องนี้มาแล้ว

อันนี้แหละพระพุทธเจ้าว่า ‘ทางมิใช่ทาง’

เพราะพระองค์ทำเช่นนั้นแล้ว ก็ไม่ได้ก่อให้เกิดมรรคผลนิพพาน

เราทุกคนคงเคยได้ยินมาแล้วไม่มากก็น้อยว่า

*‘ธรรมเหล่าใดเป็นไปเพื่อความเบียดเบียนตนเองและผู้อื่น

ไม่ใช่ธรรม ไม่ใช่วินัยที่ตถาคตบัญญัติ

ไม่ควรศึกษา ไม่ควรปฏิบัติตาม’*

พระองค์สอนไว้อย่างนั้น…”

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

/|\_ _/|\_ _/|\_

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *