
สุภาษิตจีนบทนี้
เดินทางไกลกว่าที่เราคิด
ไกลพอ ๆ กับเส้นทางที่ผู้คนจากแผ่นดินจีนเคยเดินลงมาสู่ดินแดนล้านนา
任给别人快樂是忍悲
能给自己快樂工智慧
ให้ความสุขแก่คนอื่นได้ คือเมตตา
ให้ความสุขแก่ตนเองได้ คือปัญญา
ถ้อยคำนี้ไม่ใช่แค่ประโยคสวยงาม
แต่สะท้อนวิธีมองชีวิตของผู้คนในโลกที่ต้องอยู่ร่วมกัน
โลกที่การให้ ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ทุกข์
และการดูแลตนเอง ไม่ได้แปลว่าเห็นแก่ตัว
ในประวัติศาสตร์
ล้านนาไม่ใช่ดินแดนปิด
แต่เป็นจุดบรรจบของผู้คน ภาษา ความเชื่อ และปัญญา
ทั้งจากอินเดีย พม่า มอญ และจีน
การค้าขาย การเดินทาง และการเล่าขาน
ทำให้ถ้อยคำ ความคิด และสำนวน
ค่อย ๆ ซึมซับเข้ามาในวิถีชีวิตผู้คน
สุภาษิตจีนจำนวนไม่น้อย
ไม่ได้เข้ามาในรูปของตัวอักษร
แต่เข้ามาในรูปของ “วิธีคิด”
ที่สอดคล้องกับธรรมเนียมล้านนา
ซึ่งให้คุณค่ากับความอ่อนโยน ความอดทน และความรู้เท่าทันใจตนเอง
การให้ความสุขแก่ผู้อื่น
ต้องอาศัยเมตตา
และเมตตานั้นมักต้องมีขันติรองรับ
เพราะบางครั้ง เราให้ทั้งที่ใจยังเหนื่อย
ยังเศร้า
ยังไม่สมบูรณ์
แต่มองเห็นความทุกข์ของคนตรงหน้า
แล้วเลือกไม่ซ้ำเติมโลกด้วยความแข็งกระด้าง
ส่วนการให้ความสุขแก่ตนเอง
คือปัญญา
คือการรู้จักขอบเขตของหัวใจ
รู้ว่าเราไม่จำเป็นต้องแบกทุกอย่าง
ไม่จำเป็นต้องดีพร้อมตลอดเวลา
และไม่จำเป็นต้องเจ็บเพื่อพิสูจน์ความดี
เมื่อสุภาษิตจีนบทนี้ถูกอ่าน
ถูกแปล
และถูกตีความในแผ่นดินล้านนา
มันจึงไม่รู้สึกแปลกแยก
เพราะแก่นของมัน
สอดคล้องกับวิถีที่สอนให้คนอยู่กับโลกอย่างไม่เบียดเบียน
ทั้งผู้อื่น และตนเอง
เมตตา
ทำให้โลกไม่โหดร้ายเกินไป
ปัญญา
ทำให้ใจไม่หลงทางในความดี
และเมื่อทั้งสองสิ่งเดินคู่กัน
ไม่ว่าจะเป็นสุภาษิตจากแผ่นดินใด
ก็สามารถหยั่งราก
และงอกงามในหัวใจของผู้คนได้เสมอ
____________________________________
จีนรู้จัก “ล้านนา” ผ่านอะไร
ล้านนาอยู่บนแนว “เหนือ–ยูนนาน–พม่า–ลุ่มน้ำโขง” ที่เดินทางค้าขายและส่งทูตถึงกันได้ จึงมีชื่อของล้านนา (โดยเฉพาะ “เชียงใหม่”) ปรากฏในเอกสารจีนหลายชุด ทั้งงานชั้นต้นอย่างพงศาวดารและบันทึกการปกครองชายแดน
งานวิชาการไทยที่แปลและอธิบายเอกสารจีนกลุ่มนี้ชี้ชัดว่า ราชวงศ์หยวนใช้คำว่า
八百媳妇国 (ปาไป่สีฟู่กั๋ว) แปลตรงตัวได้ประมาณ “อาณาจักรสนม/媳妇 แปดร้อย” เพื่อเรียก “ล้านนา”
แล้วทำไมต้อง “แปดร้อย”
ในพงศาวดารจีนฉบับ 新元史 (ซินหยวนสื่อ) มีประโยคอธิบายที่โด่งดังมากว่า
“八百媳妇者,夷名景迈。世传其长,有妻八百,各领一寨,故名。”
ฉบับแปลไทยในบทความเดียวกันแปลความว่า
“ปาไป่สีฟู่ (สนมแปดร้อย) นั้น ชื่อภาษาอี๋ว่าจิ่งไม่ (เชียงใหม่) เล่าลือกันว่าผู้เป็นประมุขมีชายาถึงแปดร้อย แต่ละคนเป็นผู้นำค่ายหนึ่ง จึงได้นามตามนี้”

ใส่ความเห็น