-※ สูตรสำเร็จอึดใจเดียว ๒ (๓/๖) ※-
“…ต่อจากนั้นมา หลวงพ่อรู้จักอันนี้(แล้ว)
หลวงพ่อก็เลยรู้จักการทำบาปด้วยกาย
เอาแต่มือนี่แหละไปตีเขา ทำจังซั่น-จังซี่แหละไป
ถ้าหากนรกมี ตายไปแล้วจิไปตกนรกขุมใด ?
นี่สูตรมันเป็นจังซี่เด๊-สูตรสำเร็จ
บัดนี้กายบ่ทำ มีแต่ปากเว้าซือ ๆ
‘ฮู้! กูขี้เกียจ-กูขี้คร้าน กูอยากฆ่า-อยากเตะ’
แต่หากบ่เตะ-บ่ตีหยังหรอกครับ ว่าซือ ๆ-อันนี้คำพูดชั่ว ๆ
ถ้าหากนรกมี ตายไปแล้วจิไปตกนรกขุมใด ?
นี่เข้าใจไปจังซี่-สูตรมัน
บัดนี้ปากก็เซา-บ่เว้า ใจคิดซือ ๆ
ใจคิดอิจฉาริษยาเบียดเบียนคนนั้น-คนนี้ซือ ๆ
ถ้าหากนรกมี ตายไปแล้วจิไปตกนรกขุมใด
นานจักปี-จักเดือน ?
นี่ ๓ อันนี่-สูตรของมัน เข้าใจมาจังซี่
บัดนี้กายก็ทำ-คำพูดก็พูด-ใจก็คิด เป็น ๓ อันรวมกัน
ถ้าหากนรกมีแล้ว
ตายไป-จิไปตกนรกขุมใด นานจักปี-จักเดือน ?
สูตรอันนั้น มันต้องรู้จักจังซั่น
**‘วิปัสสนา’ จึงว่าเห็นแจ้ง-รู้จริง
ต่างเกาล่วงภาวะเดิม** มันเป็นจังซั่น
บัดนี้ในทางตรงกันข้าม
ถ้าหากทำบุญ ทำแต่บุญ
ใจบ่ฮู้จักบุญ มีแต่ปรารถนาอ้อนวอนเอาซือ ๆ
ปากบ่เว้า-บ่เว้า ใจก็บ่ได้คิด
เห็นเขาทำ-ก็ทำตามไป เพิ่นเรียก‘ทำบุญ’
ถ้าหากสวรรค์มี
ตายไปแล้ว…จิไปเกิดอยู่สวรรค์ชั้นใด นานจักปี-จักเดือน ?
ฮู้จักไปจังซั่น สูตรของมัน
บัดนี้กายบ่ทำ มีแต่ปากเว้าซือ ๆ
‘ทำบุญอย่างนั้น-ทำบุญอย่างนี้’ เป็นจังซั่น-มีแต่ปากว่า
ถ้าหากสวรรค์-นิพพานมีจริง
ตายไปแล้ว จิไปเกิดสวรรค์นิพพานชั้นใด
นานจักปี-จักเดือน ?
แน่ะ! สูตรของมันเป็นจังซี้
บัดนี้กายก็บ่ทำ ปากก็บ่เว้า
ใจคิดอยากทำแต่บุญ ใจคิดซือ ๆ-ยังบ่ได้ทำบุญ
บัดนี้ถ้าหากสวรรค์มี
ตายไปแล้ว จิไปอยู่สวรรค์นานจักปี-จักเดือน ?
นี่…ฮู้จักจังซั่น-เห็นจังซั่น ฮู้จักจังซั่น-เข้าใจจังซั่น
จึงว่า‘สูตรสำเร็จ มันสำเร็จมาในตัวมันเอง-อันนี้’
บัดนี้มือก็ทำดี-ปากก็ว่าดี-ใจก็คิดแต่ดี
เรียกว่า‘ทำบุญด้วยกาย-ด้วยวาจา-ด้วยใจ บัดนี้รวมกันเข้า’
ถ้าหากสวรรค์นิพพานมีแล้ว
ตายไปแล้ว…จิไปเกิดสวรรค์-นิพพานชั้นใด นานจักปี-จักเดือน ?
สูตรมันต้องรู้จังซี่-เห็นจังซี่-เข้าใจจังซี่ ญาพ่อปฏิบัติธรรมมา
ญาพ่อจึงว่า‘สูตรสำเร็จ มันสำเร็จรูปตัวของมันเอง’
จึงว่า‘รู้จักความสงบ’ เป็นจังซั่น
พอดีมาเห็นอันนี้แหละ
**คล้าย ๆ คือ มันขาดออกจากกัน**ก็ว่าได้
รู้จักขึ้นมา คล้าย ๆ คือว่าสำลีบ่มีน้ำนี่-แห้งเปี๊ยะออกหม๊ด
มีดพร้าบาดเฮาบัดนี่-มีดพร้าบาดเฮา
เลือดมันพุ่งออกจากปากบาด(แผล)
บัดนี้เมื่อมาเห็นจังซี่
เลือดมันกลับคืนหม๊ดทุกหยด เข้าสู่สภาพของมัน
ร่างกายเฮานี้เหมือนกับดักแด้ที่เฮาเลี้ยงหม่อน(ตัวไหม)
มันเข้าสู่ในป้อ(รัง)มัน
หดหมดทุกเส้นขนทีเดียว เข้าสู่สภาพของมัน
จืดจางไปเหมิ๊ด
หรือจิเปรียบอย่างหนึ่ง
คล้าย ๆ คือว่า เฮาปิดไฟฟ้า-มอด(ดับ)ปึ๊บก็ได้
หรือว่าไฟฟ้าเฮานี่บ่ทันมา-เปิดปึ๊บก็ได้
ก็เลยรู้จักความสงบอันนี้ **‘โอ-ความสงบ
หมายถึง ศึกษาเล่าเรียนในเพศพรหมจรรย์จบ’**
พอมันขาดออกจากกัน ประมาณหลวงพ่อกำลังย่าง(เดิน)อยู่
หลวงพ่อว่าหลวงพ่อเขิน(พ้น)ดินขึ้นจักเมตรหนึ่ง-สองเมตรพู่นเด๊
แต่บ่แม่นเขินดิน หลวงพ่อย่างอยู่กลางดินนั้น
อันนี้แหละ**สูตรสำเร็จของมัน ต้องรู้มาจังซี่**
พอดีรู้อันนี้แล้ว-หลวงพ่อเลย
‘โอ…**การศึกษาหลักพระพุทธศาสนา
ศึกษาของจริง-รู้ของจริง
เฮาจิได้เห็นพระพุทธเจ้าเกิดขึ้นภายในจิตใจของเฮาที่ตรงนี้’**
เป็นจังซั่น
**การศึกษาเล่าเรียนก็จบที่ตรงนี้**-ญาพ่อ
แต่คนอื่นจิไปจบทางใด หลวงพ่อบ่ฮู้จัก
**สูตรของมันเป็นจังซี่ ถ้าหากบ่เป็นจังซี่-บ่แม่นเด๊**
บ่แม่นสูตรอย่างที่หลวงพ่อว่านี่เด๊
อย่างที่หลวงพ่อว่านี่ เป็นสูตร ๆ หนึ่งต่างหาก
บ่ได้ไปเรียนนักธรรมตรี-นักธรรมโท-นักธรรมเอก อันนี้
บ่ได้ไปเรียนมหง-มหาอีหยัง อันนี่
แต่**มันสำเร็จรูปมันมาจากตัวมันเองว่า‘สำเร็จ’**
คำว่า‘สำเร็จ’นี่ เฮาไปเข้าใจว่าสำเร็จ
คือสำเร็จ(ที่)เฮาเอาเพชรออกจากตม-จากเลนนั้นมาได้ซือ ๆ
หรือเอาเม็ดทองคำออกจากตม-จากเลนมาได้ซือ ๆ
มันสำเร็จ ยกมือไหว้ตัวเองขึ้นมาได้นี่
ฮู้จัก**การจบเพศพรหมจรรย์ มาจบที่ตรงนี้**
เมื่อเรารู้จักเพศพรหมจรรย์จบแล้ว
ขเจ้าบอกว่า **‘เมื่อถึงที่สุดแล้วญาณย่อมมี’** ว่าซั่น
ครูบาอาจารย์เพิ่นสอน **‘ชาติสิ้นแล้ว-ภพสิ้นแล้ว
พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว-กิจอื่นไม่มี’**…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
‘สูตรสำเร็จอึดใจเดียว ๑-๔’
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ พูดไว้
ณ สำนักปฏิบัติธรรมทับมิ่งขวัญ อ.เมือง จ.เลย
ก่อนท่านจะมรณภาพประมาณเดือนเศษ
โดยท่านตั้งใจที่จะพูดฝากไว้สำหรับผู้ที่สนใจ
จะได้นำไปใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ
อันเป็นทางนำไปสู่การพ้นทุกข์ด้วยตนเอง
‘สูตรสำเร็จ’นี้ เป็นวิธีลัดสั้นและตรงที่สุด
ท่านจึงได้ให้ชื่อว่า ‘สูตรสำเร็จอึดใจเดียว’
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น