รู้สึกกาย รู้สึกใจ 4 มีนาคม 2022

“…*‘อวิชชา’ คือความไม่รู้*

การสร้างชาติ-สร้างภพ ก็เป็นทุกข์

‘สุข’กับ‘ทุกข์’-มันอยู่ด้วยกัน

**เหนือสุข-เหนือทุกข์ก็มีอยู่**

ถ้าผู้มีปัญญา คิดเดี๋ยวเดียว-ก็รู้สิ่งนี้

เกิด-แก่-เจ็บ-ตาย ทุกข์ทั้งนั้น

เมื่อเรารู้ อย่าไปสร้าง

ทุกอย่างมันหมุนเวียน-เปลี่ยนแปลงไป

ทุกข์มันไม่ได้หายไปจากโลก

**เรื่องโลภ-โกรธ-หลงนี่ เราก็ควรรู้จัก

เมื่อเกิดขึ้น ก็เป็นทุกข์

ควรศึกษาความโกรธเสียก่อน

ความโกรธเกิดขึ้น เพราะจิตใจมันเผลอ

เรียกว่า‘วัตถุ’ หมายถึงทุกสิ่ง-ทุกอย่างที่มีอยู่

ใจมันมีจริง กำลังมีอยู่-เป็นอยู่เฉพาะหน้า

เรียกว่าปรมัตถ์

อาการ คือสภาพความเปลี่ยนแปลง

เมื่อไม่มี(สิ่งที่)เรียกว่าทุกข์…โทสะ-โมหะ-โลภะ

ก็จะไม่มีทุกข์

แต่ยังมีเวทนา-สัญญา-สังขาร-วิญญาณ

อันนี้ไม่มีทุกข์** แต่เป็นรูปร่างลักษณะของคน

จะเรียกเทวดา-พรหม-มนุษย์ หรือพระก็ได้

เพราะเป็นความสว่างทางจิตใจ

ต่อไปเรามารู้จักกิเลส-ตัณหา-อุปาทาน-กรรม

‘กิเลส’ แปลว่ายางเหนียว

‘ตัณหา’ แปลว่าความอยาก

‘อุปาทาน’ แปลว่ายึดมั่น-ถือมั่น

‘กรรม’ แปลว่าเสวย-หรือวิบาก

กรรมกับวิบาก-เป็นสิ่งเดียวกัน เสวยทุกข์-เสวยสุข

เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว-เรารู้แล้ว เราไม่ทำ-เพราะมันไม่ดี

เราต้องรู้จักวิธีปฏิบัติ

อันนี้เป็นอารมณ์ของวิปัสสนา

มี ๖ อารมณ์ คือ ตา-หู-จมูก-ลิ้น-กาย-ใจ

ต่อไปเป็นการรู้จักศีล มีศีลขันธ์-สมาธิขันธ์-ปัญญาขันธ์

‘ขันธ์’แปลว่าที่รองรับ-ต่อสู้ได้ทุกอย่าง

ถ้าขันดี-ตักน้ำก็ได้กิน ถ้าขันไม่ดี-ตักน้ำก็รั่ว

ศีลเป็นเครื่องกำจัดกิเลสอย่างหยาบ ศีล(ที่)เกิดจากจิตใจ

ส่วนศีลสังคมนั้น เราจะได้เพียงความสงบชั่วคราว

มันดับทุกข์ไม่ได้

**เราต้องคอยดูจิต-ดูใจ เพราะมันจะทำให้สงบด้วยสติ-ปัญญา

สงบด้วยการเห็นแจ้ง**

ถ้าปฏิบัติให้ถูกต้อง เราจะรู้จักมนุษย์-รู้จักคน

รู้จักสัตว์เดรัจฉาน รู้จักเทวดา-รู้จักพรหม

รู้จักพระ เพราะญาณมันเกิดขึ้นมาเอง

เทวดามิได้หมายถึงพวกอยู่บนสวรรค์ชั้นฟ้าอย่างเดียว

แต่หมายถึงพวกมีกิน-มีใช้ ทำอะไร-มีคนทำให้

พวกนี้อยู่สวรรค์ ๖ ชั้น ก็หมายถึง

ตาได้พบสิ่งงาม ปากได้กินอร่อย หูได้ฟังสิ่งไพเราะ

จมูกได้ดมสิ่งอันหอม กายได้สัมผัสอันดี ใจสบาย

เรารู้จักแต่สิ่งเหล่านี้ โดยไม่ได้มองจิต-มองใจอย่างแท้จริงแล้ว

เราก็ไม่สามารถรู้เรื่องของสวรรค์อย่างแท้จริงได้

เพราะฉะนั้น เทวดาและสวรรค์ ๖ ชั้นนี้

ตามความเป็นจริง ก็อยู่ในจิตใจของคนเรานั่นเอง

กามาสวะคือกามเป็นทุกข์ ภวาสวะคือภพเป็นทุกข์

อวิชชาสวะ *อวิชชาคือความไม่รู้

เมื่อรู้แล้ว-ก็เป็นวิชชา* ทีนี้ก็รู้จักการทำบุญด้วยกาย

การทำบุญด้วยวาจา-การทำบุญด้วยใจ

ทำบาปด้วยกายทำอย่างไร ? เช่น ฆ่าสัตว์-ลักทรัพย์

ทำบาปด้วยวาจา เช่น พูดไม่จริง

ทำบาปด้วยใจ เช่น ใจคิดไปในทางที่ไม่ดี

เมื่อรวมแล้ว ทำบาปทั้งกาย-วาจา-ใจ…เป็นสิ่งที่ไม่ดี

เราก็สามารถรู้จักได้ และก็รู้จักคุณธรรม

ต่างแต่ว่าบุคคลนั้นไม่ทำให้ญาณปัญญาเกิดขึ้น

ไม่ทำความเห็นแจ้ง ความสว่างแก่จิตใจให้เกิดขึ้น

**ความจริง ความสะอาด-สว่าง-สงบมีอยู่แล้ว

ถ้าเราทำให้เห็นแจ้งได้

นั่นเองคือความเป็นพระเกิดขึ้นที่จิตใจของเรา

นั่นก็หมายถึง ญาณถึงที่สุดแห่งทุกข์

แต่ถ้าหากรู้แล้วไม่ปฏิบัติ ก็ถึงไม่ได้

และต้องปฏิบัติให้ถูก

คนมีปัญญาเท่านั้นจะเข้าใจ และรู้ได้-เห็นได้**

ด้วยเหตุนี้ จึงว่าอวิชชาทำให้เกิดสังขาร-คือปรุงแต่ง

วันนี้พูดให้คิด

**‘ถ้าทุกคนปฏิบัติจริง ต้องรู้-ต้องเห็น

อย่างนานไม่เกิน ๓ ปี อย่างน้อยก็ ๗ วัน

จิตใจมันจะรู้เอง-จะเป็นเอง’

นี้เรียกว่า‘ญาณเกิดขึ้น เพราะมีการเจริญสติปัฏฐาน’

เมื่อเรารู้ ความไม่รู้ก็จะหายไป

กลายเป็นความรู้แจ้ง-เห็นจริง**

รู้จักสวรรค์-รู้จักนรก ตลอดจนรู้ถึงนิพพาน

ทุกข์-สุข สิ่งควร-ไม่ควร

แล้วจะอยู่ดี-มีสุข ทำอะไรได้หมด-เพราะรู้สิ่งนี้

ไม่ได้สอนให้เกียจคร้าน แต่สอนให้รู้

สอนให้ทำตัวให้ถูกต้องตามหน้าที่นั้น ๆ

**ถ้ารู้กันอย่างนี้แล้ว ความทุกข์ก็จะไม่มีที่จิตใจของเรา**…”

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *